วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:52 น.

ภูมิภาค

นายกเล็กโคราชลุยแก้น้ำเสียเมือง ดูดโคลนกว่า 5 ตัน คาด 3 เดือนเห็นผลทั่วเมือง

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.54 น.

นครราชสีมา – นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เดินหน้าแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียและการจัดการขยะอย่างเร่งด่วน หลังพบปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันและเครื่องสูบน้ำบางส่วนชำรุด โดยขณะนี้สามารถขุดลอกและดูดโคลน รวมถึงเศษอิฐ หิน ดิน ทราย ออกจากระบบได้แล้วกว่า 5 ตัน พร้อมคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือน จึงจะดำเนินการได้ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง

วันนี้ (17 มิถุนายน 2569) ที่สถานีปรับปรุงคุณภาพน้ำ อาคารควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย เทศบาลนครนครราชสีมา ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการกอง ประธานชุมชน และผู้นำชุมชน เพื่อติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย และการกำจัดผักตบชวาในบ่อบำบัดน้ำเสียบึงหัวทะเล

 


นายแพทย์วรรณรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลสามารถรองรับและบำบัดน้ำเสียได้ประมาณ 70% ของพื้นที่เมือง ขณะที่อีก 30% อยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายระบบให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่

สำหรับปัญหาสำคัญในขณะนี้คือ การอุดตันของท่อรวบรวมน้ำเสียจากการสะสมของโคลน เศษดิน หิน ทราย และวัสดุต่าง ๆ เป็นเวลานาน ส่งผลให้การไหลของน้ำเสียไม่มีประสิทธิภาพ บางจุดอุดตันจนไม่สามารถระบายน้ำได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขุดลอกและดูดตะกอนออกจากระบบแล้วกว่า 5 ตัน และยังต้องดำเนินการต่ออีกประมาณ 2-3 เดือน เนื่องจากการทำงานส่วนใหญ่ต้องดำเนินการในช่วงเวลากลางคืนเพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร

 

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าเครื่องสูบน้ำเสียบางส่วนเกิดการชำรุดตามอายุการใช้งาน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำเข้าสู่ระบบบำบัด ขณะนี้เทศบาลอยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซมเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

ส่วนกรณีประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสียในคูเมืองบริเวณด้านหลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ระบุว่า สาเหตุเกิดจากระบบหมุนเวียนน้ำหยุดชะงัก เนื่องจากเครื่องสูบน้ำชำรุด ทำให้น้ำไม่ไหลเวียนตามปกติ แต่หลังจากเร่งซ่อมแซมและปล่อยน้ำดีเข้ามาผลักดันน้ำเสีย สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของปัญหาขยะมูลฝอยสะสมปริมาณมากจนกองเป็นภูเขาภายในพื้นที่กำจัดขยะนั้น เทศบาลได้ดำเนินการเปิดประมูลให้ภาคเอกชนเข้ามารื้อแยกขยะ เพื่อนำไปผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) สำหรับใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะสะสมและคลี่คลายปัญหาได้ในระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะ นายแพทย์วรรณรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำพิพากษาออกมา โดยคาดว่าอาจมีความชัดเจนภายในปี 2569 และเทศบาลพร้อมปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลทุกประการ เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานในอนาคตให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

หน้าแรก » ภูมิภาค