วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:00 น.

ภูมิภาค

ศิษย์นับพันแห่ร่วมพิธีไหว้ครูบูชาคุณหลวงปู่สรวง

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 20.23 น.

ศรีสะเกษ ศิษย์นับพันแห่ร่วมพิธีไหว้ครูบูชาคุณหลวงปู่สรวงเทวดาเล่นดิน แม้ว่าจะละสังขารไปนานกว่า 20 ปีแล้ว แต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อยให้โชคลาภกับศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่มากราบไหว้ขอพรอย่างต่อเนื่อง

 


 

วันที่ 14 ก.พ. 64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ  พระครูโกศลสิกขกิจ  หรือหลวงพ่อพุฒ   วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ)  และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา  ได้นำคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่สรวง และพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศ  ประกอบพิธีไหว้ครูบูชาคุณหลวงปู่สรวง  ซึ่งพิธีนี้จัดมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 20 ปีแล้ว นับตั้งแต่หลวงปู่สรวง  ซึ่งได้ชื่อว่า เทวดาเล่นดิน ท่านได้ละสังขารตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 2543 เป็นต้นมา โดยในพิธีไหว้ครูบูชาคุณปีนี้  นางกัญญารัตน์ และนายชัยเรืองยศ  จงวิไลเกษม แห่งบริษัท ไบ - เทค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด  พร้อมด้วย ดร.ณัฐนกรณ์   เอกนราจินดาวัฒน์  ดร.ดำเกิง  อัสวสุนทรวรางกุล  นางสุพรรณวดี  มีเปรม  และคณะ ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดพานบายศรีอย่างยิ่งใหญ่ตระการตามาก   มีการสวดมนต์บูชาคุณของหลวงปู่สรวงเป็นภาษากัมพูชา พิธีถวายพานดอกไม้  การรำบวงสรวงหลวงปู่สรวงอย่างสวยงาม โดยมี ดร.กัลยาณี   ธรรมจารีย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย น.ส.ธมลวรรณ  เจริญวงศ์พิสิฐ  ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์  และคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่สรวงและพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศจำนวนประมาณ 1,000 คนมาร่วมพิธีในครั้งนี้

 

 


 

พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ   วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา กล่าวว่า  ประวัติโดยย่อของหลวงปู่สรวงนั้น  ท่านเป็นชาวกัมพูชาได้เดินธุดงค์เข้ามาในเขตประเทศไทย แถบชายแดนไทย - กัมพูชาตามเทือกเขาพนมดงรัก หรือพนมดองเร็ก  ทางด้าน  อ.ขุนหาญ  และ  อ.ขุขันธ์   ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ชอบพักอาศัยอยู่ตามกระท่อมในไร่นาของชาวบ้าน และจะธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ชาวบ้านที่มากราบไหว้ท่านจะมองท่านว่าเป็นพระผู้มีคุณวิเศษแตกต่างจากพระรูปอื่น ๆ โดยชาวบ้านจะเรียกขานท่านว่า “ลูกเอ็อวเบ๊าะ” หรือ “ลูกตาเบ๊าะ” ซึ่งเป็นภาษาเขมร หมายถึงพระดาบส เป็นพระผู้รักษาศีลอันบริสุทธิ์อยู่ตามถ้ำป่าเขาลำเนาไพร หลวงปู่สรวงท่านเป็นพระที่สันโดษ สมถะ  มีอุเบกขาสูงสุด ให้ความเมตตากับผู้ที่เข้าไปกราบไหว้ทุกคน ให้ความสำคัญกับทุกคนเท่ากันหมดไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นคนยากจน เป็นเศรษฐี ใครรู้จักหลวงปู่มานานขนาดไหน หรือได้ติดตามรับใช้หลวงปู่มานานก็ตาม ท่านไม่เคยเอ่ยปากนับว่าเป็นศิษย์ หรือใช้สิทธิพิเศษแก่คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะแม้แต่คนเดียว ทุกคนจะได้รับความเมตตาจากหลวงปู่เสมอมา จึงมีผู้มากราบไหว้หลวงปู่เป็นประจำ และกลับมาหาหลวงปู่อยู่เสมอ

 


 

พระครูโกศลสิกขกิจ กล่าวต่อไปว่า  หลวงปู่สรวงท่านจะอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบจำวัดอยู่ตามกระท่อมเล็ก ๆ มีกระดานไม้ปูไม่กี่แผ่นแค่พอนอนได้ ซึ่งจะเป็นที่สังเกตของชาวบ้านทั่วไปว่า  หากหลวงปู่สรวงท่านไปจำวัดที่แห่งใด  มักจะมีเสาไม้สูงปักอยู่ มีเชือกขาวขึงระหว่างกระท่อม เสาไม้หรือต้นไม้ข้างเคียงมีว่าวขนาดโตที่บุด้วยจีวรหรือกระดาษแขวนไว้เป็นสัญลักษณ์ และที่ขาดไม่ได้คือจะต้องให้ลูกศิษย์ก่อกองไฟไว้เสมอ เมื่อใครถวายอะไรมาให้ท่านไม่ว่าจะเป็นข้าวของเงินทอง ก็จะโยนเข้ากองไฟจนหมดสิ้น ซึ่งไฟ หรืออัคคีธาตุ ก็เป็นอีกหนึ่งกองกสิณที่พระอริยสงฆ์สายเหนือโลกใช้ฝึกจิต ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น  ชาวบ้านได้พากันยกย่องท่านว่า เป็นผู้วิเศษแห่งภูตะแบง  และเรียกขานท่านว่าเทวดาเล่นดิน  เรื่องราวของหลวงปู่สรวงมีเรื่องราวและอภินิหารต่างเล่าขานกันมากมายจากปากต่อปาก ทำให้ชื่อเสียงบุญฤทธิ์ของหลวงปู่สรวงเป็นที่กล่าวขานมาจนทุกวันนี้  หลวงปู่สรวงท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2543 จนถึงขณะนี้หลวงปู่ท่านได้ละสังขารเป็นเวลานานกว่า 20 ปี แต่ว่า สรีระสังขารของหลวงปู่สรวงไม่ได้เน่าเปื่อย อาตมาภาพได้เก็บรักษาสรีระสังขารของหลวงปู่ไว้ในโลงแก้ว ภายในมณฑปที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ  ซึ่งจะมีบรรดาศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนชนพากันมากราบไหว้ขอพรจากหลวงปู่กันอย่างต่อเนื่อง  และมักจะได้รับโชคตามที่ขอพรเอาไว้เป็นประจำอยู่เสมอ  และในวันที่ 14 ก.พ. ของทุกปี  บรรดาศิษยานุศิษย์  จึงได้พร้อมใจกันจัดพิธีไหว้ครูบูชาคุณหลวงปู่สรวง เพื่อเป็นการระลึกถึงพระคุณของหลวงปู่ที่ได้ดลบันดาลทำให้ศิษย์ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข มีโชคลาภเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ครอบครัวอุ่นมาจากจนถึงทุกวันนี้

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค