วันศุกร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564 02:02 น.

ภูมิภาค

ไร้เงาเจ้าบ่าวแต่งซ้อน หายตัวเงียบยื่นใบลาพักยาว เยียวยาจิตใจครอบครัวเมียหลวง

วันจันทร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.39 น.
จากรณีที่นางนิภาพรรณ หมู่แก้ว อายุ33ปี ถือทะเบียนสมรสเข้าไปบุกงานแต่งของบ่าวสาวคู่หนึ่ง โดยระบุว่าฝ่ายชายคือสามีของเธอที่จะทะเบียนสมรสและอยู่กันกันมา16ปี แต่แอบมาแต่งงานกับสาวอื่น จนเกิดภาพที่มีการโต้เถียงกับฝ่ายชาย ที่เธอระบุว่าเป็นสามีแต่ฝ่ายชายและเจ้าสาวกลับทำท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว และไล่เธอออกจากงาน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
 
โดยนางนิภาพรรณ เล่าว่าชายแต่งชุดเครื่องแบบสีขาวที่เข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาวในคลิปคือ สิบตำรวจเอกศรันญู หมู่แก้ว อายุ34ปี ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ซึ่งเป็นสามีที่จดทะเบียนสมรส และอยู่กินกับเธอมา16ปี โดยเธอเองก็อาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่สามีด้วย และมีลูกสาวด้วยกัน2คน คนโตอายุ15ปี คนเล็กอายุ5ขวบ ก่อนหน้านี้ตนเองรู้ระแคะระคายมาประมาณ1ปีที่สามีเริ่มมีพฤติกรรมคบกับผู้หญิงคนนี้ แต่ยังทำตัวเหมือนปกติคือเช้าไปทำงานเลิกงานกลับบ้าน แต่มาวันนี้เพื่อนๆได้แอบบอกตนเองว่า ผู้หญิงรายในคลิปประกาศว่าจะแต่งงานวันนี้ ตนเองกับแม่สามีจึงลองเข้าไปดูที่บ้านผู้หญิงคนดังกล่าวตามคลิปซึ่งก็เจอภาพบาดใจเข้าจริงๆ จึงนำทะเบียนสมรสออกมาแสดง พร้อมทั้งไลฟ์เพื่อประกาศให้สังคมได้รู้ถึงสิ่งที่สามีทำกับตนและเมื่อวันที่18ก.พ.นางนิภาพรรณพร้อมนายอาสาเดินทางไปยังศาลคดีเด็กเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยนาท เพื่อยื่นฟ้องดำเนินคดีกับเจ้าสาวตามคลิป เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง จำนวน300,000บาท จนทางฝ่ายเจ้าสาวตามคลิปได้ออกมาขอโทษผ่านสื่อมวลชน และเมื่อวานที่ผ่านมาได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจประกอบการสอบสวนทางวินัยสามีหนุ่มแล้ว และอีกกระแสหนึ่งมีชาวเน็ตตาดีแจ้งว่าเป็นเจ้าสาวฯตามคลิปแอบไปอยู่กับตำรวจหนุ่มที่แฟลตตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ก่อนที่จะมีโพสต์หลุดขู่ฟ้องกลับเมียหลวงและชาวเน็ตออกมานั้น
 
ล่าสุด ช่วงบ่าย วันที่ 22 ก.พ. 2564ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่แฟลตตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท เพื่อตรวจสอบเบาะแสที่ชาวเน็ตแจ้งมาเรื่องหมู่เปาพาเมียน้อยไปซุก ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่พักอาศัยอยู่ในแฟลตทุกคนจะบอกคล้ายๆกันคือ ไม่เห็นหมู่เปามานานแล้ว เพราะหมู่เปาไม่ค่อยมานอนที่แฟลต เพราะจะกลับไปนอนที่บ้านทุกวัน และตั้งแต่หลังเกิดเรื่องก็ไม่มีใครเห็นหมู่เปาอีกเลย ทราบว่าทำเรื่องลาพักผ่อนไว้ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยแม่ค้าร้านขายของชำหน้าแฟลตฯบอกกับทีมข่าวว่า ตั้งแต่เป็นข่าวก็ไม่มีใครเห็นหมู่เปาเลย ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการแอบเข้ามาพักในแฟลต เพราะบันไดทางขึ้นลงมีแค่2ทาง ถ้ามาอยู่ตามกระแสข่าวจริง ขึ้นลงแฟลตก็ต้องมีคนเห็น ส่วนเจ้าสาวตามคลิปงานแต่งที่ถูกบุกนั้น คนในแฟลตเองก็บอกว่า ไม่เคยเห็นหมู่เปาพาเข้ามาที่แฟลต จึงไม่มีใครรู้จักหน้าตาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมาจนถึงจอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่าหมู่เปาไปพักอยู่ที่ไหน และจะพาเจ้าสาวตามคลิปไปด้วยหรือไม่เพราะไม่สามารถติดต่อได้ทั้ง2คน
 
จากนั้นเวลา 15.00 น. นางดรุณี มนัสวานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยนาท พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางมายังบ้านสิบตำรวจเอกศรันญู หมู่แก้ว เพื่อพูดคุยกับ ทางฝั่งของนางนิภาพรรณ เมียหลวง พร้อมให้คำปรึกษา ต่างๆ รวมไปถึงการสอบถามสภาพจิตใจของคนในครอบครัว และลูกสาวทั้ง 2 คน อายุ 15 ปี และ 5 ขวบ ซึ่งลูกทั้ง 2 คนนั้น ยังไม่มีอาการอะไร ไม่ซึม ไม่มีอารเก็บตัว อารมณ์ยังคงที่ปกติดี ทางครูประจำชั้น ก็ช่วยกันสังเกตอาการและโทรบอกอยู่เป็นระยะๆ จากนั้นได้ทำการมอบถุงยังชีพ เพื่อเป็นกำลังใจในการเผชิญกับความจริงในสังคมต่อไป
 
นางดรุณี มนัสวานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท เผยว่า ทาง พมจ.ชัยนาท ได้เข้ามาให้กำลังใจ และพร้อมเป็นกาวใจ ประสาน พูดคุย ให้เกิดความเข้าใจ เพราะครอบครัว ต้องอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ อยู่ด้วยกัน ปู่ย่าตายาย พูดคุยกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก มีคุณภาพชีวิตที่ดี เติบโต ในครอบครัวที่อบอุ่นแข็งแรง ทางเราหวังอย่างยิ่งที่ทุกคนจะกลับมาเป็นครอบครัวเช่นเดิม
 
นางนิภาพรรณ หมู่แก้ว เผยว่า ตอนนี้ สภาพจิตใจทุกคนยังปกติ มีช็อคอยู่บ้างแต่ก็ยังคุมอยู่ แต่ยังไม่ได้คุยกัน ไม่มีการติดต่อกันกับสามี เรื่องการแก้ปัญหานั้น ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ต้องมานั่งคุยกันในครอบครัวก่อน จะได้รู้ว่า จะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไร ทุกอย่างต้องใช้เวลา ส่วนเรื่องฟ้องร้องนั้น ยังไม่เห็นข้อความตามเพจ จึงยังไม่ได้คุยกับทางทนาย แต่ถ้ามีก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ถ้ามีจริงๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทางเราก็พร้อมจะสู้คดีจนถึงที่สุด