วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:13 น.

ภูมิภาค

รวบแล้ว!แม่เลี้ยงใจยักษ์ สารภาพทุบตีหนูน้อยตาย

วันศุกร์ ที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2564, 18.18 น.

“น้องต้นกล้า” วัยขวบครึ่งตายปริศนา ตำรวจจับแล้วแม่เลี้ยงโหด ทำร้ายทุบตีซ้ำๆทุกวันจนตาย หลังหลบหนีไปอยู่เพชรบุรี  

 


วันที่ 5 มีนาคม 2564  ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังแพทย์จากศูนย์นิติเวชโรงพยาบาลระนองระบุผลการชันสูตรอย่างละเอียดว่า “น้องต้นกล้า” เสียชีวิตจากมีเลือดคั่งใต้ผิวหนังบริเวณศีรษะและตามร่างกายมีร่องรอยเขียวช้ำจากการถูกกระทำซ้ำๆมาต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พร้อมชุดสืบสวนนำหมายศาลจังหวัดหลังสวน ไปจับกุม นางสาวนันทิยา หรืออุ้ม แต่งประวัติ์ อายุ 30 ปี แม่เลี้ยง  “น้องต้นกล้า” ในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตำบลไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นภูมิเลาเนาบ้านเกิดของนางสาวนันทิยา โดยตำรวจจับกุมได้พร้อมกับ นายณรงค์ พลวิชิต อายุ 37 ปี พ่อของน้องต้นกล้า ที่หลบหนีไปอยู่ด้วยกัน

 


ต่อมาเวลา 14.30 น.วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัว นางสาวนันทิยา หรืออุ้ม แต่งประวัติ์ แม่เลี้ยง  นายณรงค์ พลวิชิต อายุ 37 ปี พ่อของน้องต้นกล้า มาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก และระหว่างที่ตำรวจนำทั้งสองคนขึ้นไปบนโรงพัก ได้มี นางสาวอาพาพอน นาคลอด อายุ 26 ปี แม่ของน้องต้นกล้าและญาติๆเกือบ 10 คน มายืนรอดูหน้าอยู่ใกล้บันใดทางขึ้นโดยนางสาวอาพาพอนได้เดินเข้าไปตบที่ใบหน้าของ นายณรงค์ พลวิชิต พ่อของน้องต้นกล้าอย่าแรงจนหน้าหงายพร้อมกับพูดว่าเป็นพ่อแท้ๆทำไมปล่อยให้แม่เลี้ยงทำร้ายลูกจนตาย ขณะที่ญาติๆก็กรุเข้าไปรุ่มด่าสาปแช่งทั้งสองคนจนลั่นโรงพัก ด้านณรงค์ก็ตอบโต้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะตอนแม่เลี้ยงทำร้ายตนเองออกไปทำงานทุกวัน ส่วนที่ต้องหนีไปกับภรรยาใหม่ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของน้องต้นกล้า ก็เพราะไม่กล้าอยู่ในพื้นที่เนื่องจากถูกญาติของอดีตภรรยาข่มขู่จะตามยิงให้ตาย เจ้าหน้าที่ต้องรีบกันญาติๆออกไป แล้วรีบพา นางสาวนันทิยา แต่งประวัติ์ กับ นายณรงค์ พลวิชิต ไปแยกสอบสวนกันคนละห้อง

 


นางสาวอาพาพอน นาคลอด แม่ของน้องต้นกล้ากล่าวว่า หลังจากรู้ข่าวว่าตำรวจตามจับกมแม่เลี้ยงใจโหดฆ่าน้องต้นกล้าได้พร้อมกับ นายณรงค์อดีตสามี จึงรีบเดินทางมากับญาติๆเพื่อมาดูหน้าและสอบถามอดีสามีว่าเลี้ยงลูกอย่างไรถึงปล่องให้แม่เลี้ยงทุบตีจนตาย และคิดว่าอดีตสามีจะต้องรู้เห็นเป็นใจด้วยจึงปล่อยให้แม่เลี้ยงทุบตีลูกในไส้จนตาย แล้วได้หลบหนีไปอยู่ด้วยกันที่ จ.เพชรบุรีตั้งแต่วันเกิดเหตุ ส่วนที่อ้างว่าญาติๆฝ่ายยตนข่มขู่จะฆ่าให้ตายจึงทำให้เกิดกลัวแล้วหนีไปอยู่กับภรรยาใหม่ด้วยนั้นพูดโกหกไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนเอาผิดและดำเนินคดีด้วย

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้เดินทางมาสอบปากคำ นางสาวนันทิยา หรืออุ้ม  แต่งประวัติ์ กับ นายณรงค์ พลวิชิต ที่ สภ.ทุ่งตะโก ด้วยตนเองโดยใช้เวลาสอบสวนนานกว่าครึ่งชั่วโมง ซึ่งนางสาวนันทิยาผู้เป็นแม่เลี้ยง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้ทุบตี “น้องต้นกล้า” เกือบทุกวันจริง เนื่องจากเป็นเด็กที่ดื้อและซุกซน โดยวันเกิดเหตุตนได้ใช้ไม้แขวนเสื้อตี “น้องต้นกล้า” และใช้ฝ่ามือทุบตีตามตัวและตบไปที่ศีรษะจนน้องต้นกล้าคะมำล้มหัวฟาดพื้นปูนในห้องนอนใกล้กับตู้เสื้อผ้าจนชักเกร็งหมดสติ ตนจึงน้องต้นกล้าอุ้มออกมาหน้าบ้านเช่าช่วยปั้มหัวใจแต่ไม่ดีขึ้น จึงโทรแจ้งให้กู้ภัยมารับตัวไปส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก แต่อาการโคม่าจึงถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และน้องต้นกล้าเสียชีวิตในเวลาต่อมา  ซึ่งไม่ใช่เป็นเพราะตู้เสื้อผ้าล้มทับตายตามที่ให้การในครั้งแรกแต่อย่างใด

 


ขณะที่นายณรงค์ พลวิชิต พ่อของน้องต้นกล้ากล่าวว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องต้นกล้าลูกชายตนแต่อย่างใด เพราะกลางวันทุกวันตน้องออกไปรับจ้างทำงาน จึงไม่รู้ว่าลูกชายถูกทำร้ายทุบตีจากแม่เลี้ยง ส่วนที่ตนต้องตามไปอยู่กับนางสาวนันทิยาภรรยาคนใหม่ที่ จ.เพชรบุรี เพราะภรรยาไม่กล้าอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งตะโก เนื่องจากฝ่ายญาติๆของภรรยามาข่มขู่ไม่ให้ไปงานศพลูกชายและจะตามยิงให้ตาย ตนจึงกลัวและตามไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่ จ.เพชรบุรีดังกล่าว
             
หลังสอบปากคำเสร็จ พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมตำรวจชุดสอบสวน สืบสวน ได้ควบคุมตัวนางสาวนันทิยา หรืออุ้ม แต่งประวัติ์ แม่เลี้ยงโหดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องแถวเช่าเลขที่ 57/65 หมู่ 1 ตำบลทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ในย่านชุมชน โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่บอกให้แม่ของน้องต้นกล้าและญาติๆรู้แต่อย่างใด เนื่องจากกลัวว่าจะพากันไปรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ซึ่งการทำแผนประกอบคำรับสารภาพผ่านไปด้วยดีทุกขั้นตอน จากนั้นได้พาแม่เลี้ยงโหดกลับไปควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ทุ่งตะโก เพื่อรอนำตัวไปขออนุญาตศาลฝากขังต่อไป

 


พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่าคดีนี้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในจุดที่เกิดเหตุพยานหลักฐานทั้งตู้ผ้าที่มีความสูงเด็กเล็กไม่สามารถปืนป่ายขึ้นไปได้ กับคำให้การของ นางสาวนันทิยาผู้เป็นแม่เลี้ยงซึ่งขัดแย้งกันหลายอย่าง โดยเฉพาะบาดแผลที่แพทย์ระบุถูกกระทำซ้ำๆหลายครั้งเป็นเวลานาน จนนำไปสู่การออกหมายจับและผุ้ต้องหาให้การรับสารภาพ

 


พล.ต.ต.ถาวรกล่าวต่อว่า ส่วนนายณรงค์ พลวิชิต ผู้เป็นพ่อของน้องต้นกล้านั้นตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ เพราะช่วงเกิดเหตุออกไปทำงานไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่ที่ต้องหนีไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่ จ.เพชรบุรีนั้น นายณรงค์อ้างว่าญาติๆฝ่ายภรรยาข่มขู่ไม่ให้ไปงานศพลูกชายและจะฆ่าให้ตาย จึงทำให้เกิดความกลัวจึงต้องตามภรรยาใหม่ไปจ.เพชรบุรี ส่วนจะรู้เห็นในการช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนที่ชัดเจนอีกครั้ง จึงจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีได้

หน้าแรก » ภูมิภาค