วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 05:59 น.

ภูมิภาค

ผู้ว่าฯเมืองช้างเปิดงานประเพณีขึ้นเขาสวาย กราบไหว้ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์เคาะระฆัง1,080 ใบ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2564, 20.32 น.

 

 

สุรินทร์ ผู้ว่าฯเมืองช้างเป็นประธาน  เปิดงานบุญประเพณีขึ้นเขาสวาย  กราบไหว้ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เคาะระฆัง 1,080 ใบ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนวันปีใหม่ไทย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 เป็นประจำทุกปีที่ จังหวัดสุรินทร์จัดงาน “ประเพณีขึ้นเขาสวาย” ขึ้น ที่วนอุทยานเขาสวาย ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม 2564 โดยมี นายสุวพงศ์  กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายพรชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวายเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

 


สำหรับการจัดงานประเพณีขึ้นเขาสวาย ประจำปี2564 เป็นการจัดงานครั้งที่ 21 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบวงสรวงพนมสวายและพิธีเปิดงานที่จัดแบบ new normal  เนื่องจากในปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์การระบาดโรคใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(covid-19) อีกทั้งรัฐบาลได้ออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายโดยห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการจัดกิจกรรมในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัจจัยและความเสี่ยงรวมทั้งเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) จึงได้จัดให้มีเพียง พิธีบวงสรวงพนมสวาย ในงานประเพณีขึ้นเขาสวายประจำปี 2564 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 มีผู้ร่วมงาน จำนวน 50 คน

 


กิจกรรมการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวาย ประกอบด้วย พระใหญ่ หรือ พระพุทธสุรินทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน เจ้าแม่กวนอิม เต่าหินศักดิ์สิทธิ์ ปราสาทหินพนมสวาย และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งกิจกรรมเคาะระฆัง 1,080 ใบ บนเขาสวาย เพื่อความเป็นสิริมงคล

 


สำหรับความเป็นมาของประเพณีขึ้นเขาสวาย จังหวัดสุรินทร์มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นที่เมืองมาอย่างยาวนานแห่งหนึ่งคือเขาสวายหรือพนมสวาย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสวาย ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,975 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร สภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ยๆติดต่อกัน รอบๆบริเวณมีเวิ้งน้ำใหญ่ทิวทัศน์สวยงาม นอกจากนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี ต้นหมากหม้อหรือชาวบ้านเรียกกันว่า "ต้นอั๊ดจรูก" จะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามมาก เขาสวายประกอบไปด้วยยอดเขา 3 ลูกซึ่งมีชื่อเรียกต่างกันออกไปดังนี้

 


ยอดเขาที่ 1 พนมเปร๊าะหรือเขาชาย  มีความสูงประมาณ 220 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระมงคลและปราสาทหินพนมสวาย พร้อมบาราย 3 ลูก และเจดีย์ศิลาแลงโบราณจำนวน 1 องค์อยู่บริเวณเชิงเขาใกล้ทางขึ้นของเขาลูกดังกล่าวด้วยปราสาทหินพนมสวายมีความเก่าแก่เป็นอย่างมากโดยมีอายุประมาณ 1000 ปี คาดว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ซึ่งถือว่ามีความเก่าแก่มากกว่าปราสาทหินนครวัด นครธม ในประเทศกัมพูชา และปราสาทหินพนมรุ้งในจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จังหวัดสุรินทร์ของเรามีประเพณีวัฒนธรรมที่เก่าแก่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ประสาทหินพนมสวายยังไม่ได้ดำเนินการบูรณะแต่อย่างใด

 

 

ยอดเขาที่ 2 พนมสรัยหรือเขาหญิง มีความสูงประมาณ 250 เมตร ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดพนมศิลาราม ในอดีตเชื่อว่ามีถ้ำมหาสมบัติอยู่บนยอดเขาลูกนี้ ซึ่งยังไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปในถ้ำเพื่อหาสมบัตินั้นได้และยังมีสระน้ำโบราณจำนวน 2 ลูก ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของเต่าศักดิ์สิทธิ์จำนวน 2 ตัว ต่อมาภายหลังเกิดภัยอันตราย จึงได้พากันอพยพเพื่อที่จะลงไปอยู่ในหนองพนม ซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขาดังกล่าว แต่ในขณะที่เดินทางถึงเพียงไหล่เขาเท่านั้น ก็เกิดอาการแข็งตัวกลายเป็นเต่าหินขนาดใหญ่ 2 ตัว ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาหญิงที่ชาวบ้านในแถบนั้นให้ความเคารพบูชากราบไหว้ หากใครลบหลู่หรือขึ้นไปปีนป่ายจะทำให้เกิดภัยพิบัติแก่ตนเองและครอบครัวได้

 


ยอดเขาที่ 3 พนมกรอลหรือคอก เป็นที่ตั้งศาลา อัฎฐมุข ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และเป็นที่ตั้งสถูป บรรจุอัฐิหลวงปู่ดุลย์อตุโล และเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่กวนอิมอีกด้วย ส่วนชื่อเขาคอกนั้นได้มาจากอดีตบนเขาลูกนี้จะมีศิลาแลงวางเรียงกันเป็นชั้นๆเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 1 เมตร ลักษณะคล้ายคอก จึงเรียกกันว่าเขาคอก ในปัจจุบันยังมีร่องรอยของศิลาแลงดังกล่าวให้เห็นอยู่บ้างและขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการบูรณะแต่อย่างใด

 

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค