วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 03:12 น.

ภูมิภาค

เศร้า! สุราษฎร์สังเวยโควิดรายที่ 2 เป็นคุณปู่วัย 91 ชาวไชยา ยอดติดเชื้อพุ่งอีก 35 ราย

วันจันทร์ ที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.28 น.
วันที่ 3 พ.ค.64 ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รายงานว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19)พบผู้ป่วยรายใหม่ 35 รายทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 859รายกลับบ้านแล้ว178 รายอยู่ระหว่างการรักษา 679 ราย เสียชีวิต 2 คน โดยรายแรกเป็นพระสงฆ์คือพระอธิการทองสุข ฐิติญาโณ อายุ 56 ปี 16 พรรษา เจ้าอาวาสวัดกรวด ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ ส่วนรายที่ 2 เป็นผู้สูงอายุวัย91 ปีเสียชีวิตในพื้นที่ อ.ไชยามีโรคประจำตัวติดเชื้อจากญาติต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยม ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดต่อเนื่อง ทั้งการห้ามรวมกลุ่ม งดการเลี้ยงอาหารและสุราในงานต่างๆ สวมหน้ากากอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อออกจากบ้าน งดออกนอกบ้านเวลา22.00-04.00 น.และปิดสถานบริการ สถานที่เสี่ยง
 
และในที่ประชุมวันนี้ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งสถานที่กักกัน เพื่อกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในพื้นที่ 10 อำเภอ รวม 29 แห่งเพื่อไม่ให้นำเชื้อไปติดในครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และเด็กที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมเห็นชอบจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม จำนวน 30 เตียง ที่วัดพ่วง ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เสนอจัดทำตู้ตรวจเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 ตู้เพื่อประจำไว้ที่สถานพยาบาล 4 มุมเมืองที่ อ.ไชยา อ.กาญจนดิษฐ์ อ.บ้านตาขุน และ อ.เวียงสระ พร้อมอุปกรณ์และน้ำยาตรวจหา เชื้อโควิดแบบเร่งด่วน หากพื้นที่ใดมีการระบาดสามารถเคลื่อนย้ายไปตรวจได้ นอกจากนี้ทางจังหวัดได้ดำเนินการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดคัดกรองโรคพื้นที่รอยต่อจังหวัด และแหล่งท่องเที่ยวใน7อำเภอรวม 12 จุด
 
 
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ทางจังหวัดขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคได้เพิ่มมาตรการเข้มงวด ที่สูงกว่าปกติเพื่อลดการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยขอความร่วมมือประชาชนลดการเดินทาง ลดการรวมตัวต่างๆเพื่อลดความเสี่ยงนำเชื้อไปติดบุคคลในครอบครัว และให้มีการตั้งสถานที่กักกันสังเกตุโรคในทุกอำเภอ เพื่อแยกผู้ที่มีความเสี่ยงออกมาจะเป็นการตัดวงจรลดการระบาดของโรคไปสู่คนอื่นๆ โดยหลายสถานที่กักกันหลายตำบลและหลายอำเภอ ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ผู้นำชุมชน ถือเป็นตัวอย่างที่ดี เช่น ชุมชนบ้านดอนทราย ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร เป็นต้น
 
ขณะที่โรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในขณะนี้ จำนวน 300 เตียงและจะสามารถขยายได้เต็มพิกัดถึง 550 เตียงเป็นพื้นที่โล่งมีอากาศถ่ายเท พื้นที่แยกผู้ป่วยชาย-หญิง มีห้องน้ำ-ห้องส้วมภายในอาคาร มีพื้นที่ที่สามารถปรับเป็น Work Station สำหรับบุคลากรทางการแพทย์แยกกับผู้ป่วยกับเพื่อป้องกันการติดเชื้อ มีพื้นที่การจราจรที่แยกเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลสนามออกจากบุคคลทั่วไป จัดว่าเป็นโรงพยาบาลสนามที่ใหญ่ที่สุดของ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่พบเชื้อโควิด-19แต่ไม่มีอาการและบางส่วนมีอาการเล็กน้อย  ผู้ป่วยบางรายที่กักตัวรักษาตามอาการครบ 14 วันจนผลเลือดเป็นลบก็สามารถทยอยกลับบ้านได้เรื่อยๆ
 
 
ส่วนรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ลงพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคม ไปตั้งจุดตรวจที่โรงเรียนบ้านต้นมะพร้าว ต.ถ้ำสิงขร เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อจากงานวัดแพร่กระจายมีผู้ป่วยในพื้นที่เพิ่มอีก 20 รายเป็น 37 รายแล้วและที่ศาลาประชาคมตำบลบ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ได้นำตู้ความดันลบพร้อมอุปกรณ์ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่มีการแพร่ระบาดของโควิด – 19 หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อสะสมในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ทยอยเดินทางเข้าตรวจการเกือบ 1,000 คน ซึ่งกำหนดจะดำเนินการตรวจในพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคมเป็นเวลา 3 วัน หรือจนกว่าจะเข้ารับการตรวจหมด
 
ด้านนายสัมพันธ์ กลิ่นนาค สาธารณสุข อ.คีรีรัฐนิคม และเลขานุการหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่ออำเภอคีรีรัฐนิคม ได้ออกประกาศด่วน เนื่องจากบุคลากรสาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล( รพ.สต.) ในเครือข่าย อ.คีรีรัฐนิคม เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงจำนวน 3 สถานบริการ ประกอบด้วย รพ.สต. ท่ากระดาน 7 คน รพ.สต. บ้านย่านมะปราง 1 คน และรพ.สต. บ้านยาง 3 คน จึงต้องให้ทุกคนกักตัว 14 วัน และหากผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 จะต้องปิดสถานบริการ รพ.สต. ชั่วคราวทันที
 
 
ส่วนที่ อ.เวียงสระ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานจากนายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอเวียงสระ ว่า ทางอำเภอพร้อมด้วยนายบรรเจิด อินทร์คง สาธารณสุขอำเภอเวียงสระ นายสำเริง ทองศรี นายก อบต.คลองฉนวน ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านห้วยกรวด และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.คลองฉนวน ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและมอบสิ่งของให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เข้ากักตัวในค่ายลูกเสือบ้านไสยง หมู่ 8 ต.คลองฉนวน จำนวน 4 รายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)
 
สำหรับผู้เข้ากักตัวทั้ง 4 ราย เป็นผู้สัมผัสที่มีโอกาสสูงในการรับเชื้อจากผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ และทั้ง 4 ราย ได้รับการตรวจหาเชื้อแล้ว ซึ่งผลการตรวจในรอบแรกไม่พบเชื้อ และให้กักตัวเพื่อสังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน โดยระหว่างเข้ากักตัว อบต.คลองฉนวน ได้สนับสนุนส่งอาหารกับน้ำดื่ม และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านดูแล .