วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564 01:17 น.

ภูมิภาค

ไม่ดราม่าจนทิพย์ "น้องแนน" สอบติดแพทย์มหิดล เล็งกู้กยศ.-สอบชิงทุนสานฝันพ่อ

วันเสาร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.08 น.
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่บ้านเช่าเลขที่ 148/32 ถนนกันตัง ต.บางรัก อ.เมืองตรัง จ.ตรัง เปิดเป็นร้านรับซักอบรีด ริมซอยทางเข้าวัดโคกมะม่วง บ้านของ น.ส.กัลยา ตันเองฉ้วน หรือน้องแนน อายุ 18 ปี นักเรียนที่มีความขยัน จบการศึกษาจากโรงเรียนสภาราชินีตรัง อาศัยอยู่ร่วม 10 ปีกับ น.ส.มลิวรรณ ไพริน หรือแม่นา อายุ 49 ปี และพ่อเลี้ยงที่เพิ่งมาอยู่ภายหลัง รวม 3 ชีวิต โดย น.ส.กัลยา เป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 เกรดเฉลี่ย 3.97 และสามารถสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตามโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ศูนย์รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ที่เพิ่งประกาศผลเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เป็นที่ภาคภูมิใจของแม่ และสมความตั้งใจของน้องแนน แม้ฐานะค่อนข้างลำบาก หาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีเงินเก็บสะสม แต่น้องแนนยังคงคาดหวังว่าจะขอกู้เงิน กยศ.และสอบชิงทุนเพื่อทำให้ตนเองสำเร็จการศึกษาตามที่หวังไว้  
 
 
ส่วนผู้เป็นพ่อคือนายยงยุทธ ตันเองฉ้วน ได้เสียชีวิตลงไปด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ในวัย 50 ปี ซึ่งจากสาเหตุดังกล่าว ทำให้น้องแนนที่มีความขยัน ประกอบกับการตั้งใจเรียนมาโดยตลอดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กลับกลายมีความฝันอยากจะเป็นแพทย์เพื่อช่วยเหลือคนอื่น เนื่องจากการสูญเสียผู้เป็นพ่อไป เป็นความสูญเสียครั้งสำคัญในชีวิตที่ทำให้โศกเศร้าเสียใจจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน น.ส.มลิวรรณ ผู้เป็นแม่ เป็นเสาหลักของบ้านมีอาชีพรับจ้างซักอบรีดผ้า และเป็นแม่ค้าขายผลไม้ แต่ด้วยสภาวะโควิด-19 ทำให้มีรายได้ลดลง จากรายได้เดือนละ 20,000 บาท เหลือเพียงเดือนละ 10,000 กว่าบาท ที่จะต้องนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวทั้งหมด ทั้งค่าเช่าบ้านเดือนละ 1,800 บาท ค่าผ่อนรถยนต์กระบะที่ใช้สำหรับขายผลไม้เดือนละ 6,000 บาท ส่วนที่คงเหลือเป็นเงินที่ใช้สำหรับการกินอยู่ในครอบครัว  
 
 
น.ส.กัลยา หรือน้องแนน เล่าว่า ตนเข้าสมัครโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท จากมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเดือน มี.ค. และประกาศผลเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าติดแพทย์ และจะเปิดเทอมในวันที่ 9 ส.ค. แต่ตนก็มีเรื่องเครียดในส่วนเงินค่าใช้จ่ายในการเรียน จากที่ดูมาจะต้องจ่ายค่าเทอมก่อนเข้าเรียน 30,000 บาท ไม่รวมค่าหอพัก ซึ่งยังไม่มีแต่ก็ตั้งใจที่จะกู้เงิน กยศ.และสอบชิงทุนต่าง ๆ
 
 
น.ส.กัลยา กล่าวอีกว่า ก่อนสอบนั้นตนได้ตั้งใจอ่านหนังสือเอง และได้สมัครขอทุนจากสถาบันแห่งหนึ่งเพื่อเรียนพิเศษเพิ่มเติมก็ได้เรียนพิเศษและติวฟรี สาเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจเรียนแพทย์นั้นเป็นช่วงที่พ่อเริ่มป่วย ตนได้คุยกับหมอ ซึ่งในระหว่างทำการรักษา หมอได้บอกอาการป่วยของพ่อ ด้วยความที่ไม่เข้าใจตนจึงหาข้อมูลดูในกูเกิล จึงมีความรู้สึกอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับโรคมากกว่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่อยากเป็นหมอ เพื่อตั้งใจที่จะช่วยเหลือคนอื่น ๆ อยากให้เขามีโอกาสได้มีชีวิตต่อไป
 
 
ด้าน น.ส.มลิวรรณ หรือแม่นา กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าลูกติดแพทย์ตนก็รู้สึกดีใจ แต่ก็กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะทางบ้านก็ลำบาก รายได้ลดลงเนื่องจากช่วงโควิดจากปกติได้รับรายได้เดือนละ 20,000 กว่าบาท แต่ตอนนี้ได้รับรายได้เพียงแค่เดือนละ 10,000 กว่าบาท แต่ก็จะหาทางให้ลูกมีเงินเรียนหมอต่อโดยจะขอจากพี่ๆต่างบิดา เพื่อให้ช่วยเหลือน้อง และน้องแนนเองก็ตั้งใจจะกู้เงิน กยศ. ด้วย ก็มีความหวังว่าลูกต้องเรียนจบหมอ เพราะลูกมีความตั้งใจ ตั้งแต่เรียนชั้น ป.1- ป.6 ก็เรียนได้ที่ 1 ของห้องตลอด และเชื่อว่าจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือน้องในการประสานงานเรื่องขอทุนในการศึกษา โดยหากใครจะติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 090-261-8873 ( น.ส.มลิวรรณ ไพริน)