วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564 11:54 น.

ภูมิภาค

เสียชื่อทุเรียนชุมพร! สองผัวเมียโร่แจ้งความโดนหลอกขายทุเรียนอ่อน แถมไม่รับคืน-ไม่คืนเงิน

วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 12.29 น.
เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 27 มิ.ย.64 สี่แยกเขาปีบ ริมถนนสายเอเซีย41 ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร นายนิวัตน์ ลอยลิบ อายุ 39 ปี พร้อมด้วยนส.สุจินดา  ไหมทอง อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา ขับรถยนต์กระบะตอนครึ่ง สีขาว ทะเบียน บพ.8418 ตรัง มาจอดที่ล้งรับซื้อทุเรียนริมถนนเอเซีย41 เพื่อขอให้บรรดา คนงานตรวจสอบทุเรียน ดูว่าทุเรียนที่บรรทุกอยู่หลังรถกระบะเป็นทุเรียนอ่อน หรือไม่ 
 
หลังจากบรรดาคนงานหลายคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบทุเรียนของล้งทุเรียนดังกล่าว ตรวจสอบอยู่ระยะหนึ่งด้วยวิธีใช้ไม้เคาะเปลือกทุเรียน ก็แจ้งกับนายนิวัตน์ว่าทุเรียนทั้งหมด จำนวน 200 ลูก เป็นทุเรียนอ่อนแทบทั้งหมด นายนิวัตน์จึงให้ลองใช้มีดผ่าเปลือกทุเรียนจำนวนหนึ่ง พบว่าเนื้อในลูกทุเรียนเป็นสีขาวไม่มีกลิ่นหอมของทุเรียนแก่ แต่อย่างใด นายนิวัตน์ เล่าให้ฟังว่าตนเองและภรรยามีอาชีพขายผลไม้ และ ทุเรียนที่ ตลาดใน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง  เมื่อ 5 วันที่ผ่านมา ได้มารับซื้อทุเรียนที่แผงแห่งหนึ่งริมถนน เอเซีย41 ขาล่องใต้ ในเขต พื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร คนขายบอกว่า เป็นแผงซื้อขายทุเรียนของบริษัทซื้อขายทุเรียนรายใหญ่ของ จ.ชุมพร และเคยซื้อขายกันมาก่อน จึงตกลงซื้อทุเรียนจำนวนดังกล่าว เป็น 40000 บาท เพื่อนำไปขาย ที่ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง แต่เมื่อขายไปได้เพียง 2-3 ลูก คนซื้อได้นำทุเรียนมาคืนและขอเงินคืนพร้อมทั้งต่อว่า เคยซื้อทุเรียนจากแผงไปรับประทานด้วยความเชื่อถือ และ ที่เคยซื้ออร่อยมาก แต่ทำไม คราวนี้จึงกลายเป็นทุเรียนอ่อน ทำให้เสียชื่อมาก
 
 
นายนิวัตน์ พร้อม นส.สุจินดา จึงรีบเก็บร้าน นำทุเรียนทั้งหมด เดินทางมายัง อ.สวี จ.ชุมพร ระยะทางกว่า 300 กม. เพื่อนำทุเรียนดังกล่าวมาคืนและขอเงินคืน แต่ ผู้ขายที่แผงดังกล่าวบอกว่า ไม่คืนเงินให้และไม่รับคืนทุเรียน  ทั้งสองสามีภรรยา จึงนำทุเรียนจำนวนดังกล่าว เดินทางไปแจ้งตำรวจ ที่ สถานีตำรวจทุ่งตะโก ตั้งอยู่ริมถนนเอเซีย41 ห่างจาก แผงที่หลอกขายทุเรียนเพียง 5 กม.เนื่องจากไม่รู้สถานที่ แต่ตำรวจบอกว่า ไม่มีเครื่องมือตรวจสอบทุเรียนว่า อ่อนหรือไม่ นายนิวัตน์จึงนำทุเรียนมายังล้งทุเรียนที่สี่แยกเขาปีป เพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นทุเรียนอ่อนหรือไม่ผลก็ได้รับว่าเป็นทุเรียนอ่อนจริง จึงได้ขอฝากทุเรียนอ่อนทั้งหมด ไว้ที่ล้งทุเรียนแห่งนั้นก่อน จะเดินทางกลับไปจ.ตรัง แล้วในวันจันทร์จะเดินทางนำทุเรียนอ่อนเหล่านั้นไปร้องเรียนต่อ จนท.จังหวัดชุมพรเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
         
ต่อมาได้รับแจ้งจาก นายชยันต์รัฐ รุ่งโรจน์วรารักษ์ ปลัดอาวุโส อ.หลังสวน จ.ชุมพร  ได้รับคำสั่งจากนายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผวจ.ชุมพร และ นายสมพร ปัจฉิมเพชร รอง ผวจ.ชุมพร ในฐานะหัวหน้าชุดคณะทำงานเฉพาะกิจป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จ.ชุมพร ให้ออกตรวจสอบล้งรับซื้อทุเรียนเพื่อส่งออกต่างประเทศ ในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อม จนท.เกษตรอำเภอหลังสวน จนท.สคบ.ชุมพร ตำรวจ สภ.บ้านในหูต กำลัง อส.จำนวนหนึ่ง 
 
           
พบว่า ที่ล้งรับซื้อทุเรียนขนาดใหญ่ แห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเซีย41 หมู่ที่ 11  ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบนายขวัญรัตน์ คชวงศ์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ที่ 2 ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เป็นผู้จัดการล้งทุเรียนแห่งนั้น พบว่ามีทุเรียนที่ติดสติกเกอร์ที่ขั้วลูกทุเรียน และบรรจุใส่กล่อง เพื่อเตรียมส่งออกต่างประเทศ แต่จากการตรวจของ จนท.เกษตร ด้วยการตรวจสอบเนื้อทุเรียนกับเครื่องมือ พบว่า ปริมาณแป้งในเนื้อทุเรียนต่ำกว่ามาตรฐานเป็นจำนวน 2ใน 3 ของทุเรียนที่นำมาตรวจ จึงได้ยึดทุเรียนหมอนทอง จำนวน3 กล่องใหญ่ ควบคุมตัวนายขวัญรัตน์ ส่ง สภ.บ้านในหูต ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค