วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564 06:43 น.

ภูมิภาค

"อนุทิน" ส่งกระเช้าให้กำลังใจอสม.ถูกผู้ใหญ่บ้านทุบไหลเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่

วันพุธ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 20.08 น.
จากกรณีเหตุการณ์  ผู้ใหญ่บ้านกร่าง ไม่พอใจ อสม.กำลังให้คำแนะนำลูกบ้านปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ใช้ฝ่ามือตบไหลอย่างแรงได้รับบาดเจ็บแจ้งตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด เหตุเกิด เมื่อเวลา10.53น.วันที่ 20ก.ค.64 ร.ต.ท.หญิง จิราพร โสดแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ได้รับแจ้งจาก นางศิริลักษณ์ กนกฉันท์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ ที่2 ต.หนองขวา อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ว่า  เมื่อวันที่18 ก.ค.2564 เวลา 09.00น.ผู้แจ้งซึ่งเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข( อสม.)ของหมู่ที่ 2 บ้านหนองคูน้อย ได้เดินทางไปปฏิบัติงานที่บ้านนางสาวฟ้า บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 2 ต.หนองขวาวเพื่อที่จะไปดูและและแนะนำเกี่ยวกับเรื่องโควิด-19ในขณะที่เดินไปได้มีนายคำอิ๊ด ขัติยนนท์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ได้เดินทางมาต่อว่า อสม.เป็นคนไม่ดีต่างๆนานาหลังจากนั้นนายคำอี๊ด ผู้ใหญ่บ้าน ได้ ใช้ฝ่ามือตบไปที่ไหล ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ และได้ไปพบแพทย์ทำการเอกซเรย์ เกรงว่ากระดูกจะร้าว ตนเองพร้อมด้วยพี่น้อง อสม. ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ไม่สบายใจจึงได้พากันมาแจ้งความร้องกับพนักงานสอบสวน พร้อมกับดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
 
หลังจากนั้นนางศิริลักษณ์ พร้อมกับเพื่อนอสม.ได้เดินทางมาร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศีขรภูมิ จ.สุรินทร์เพื่อที่จะยื่นหนังสือและเข้าพบนายอำเภอศีขรภูมิ ให้มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งดำเนินการกับ ผู้ใหญ่บ้าน ให้มันชัดเจนเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นถึงผู้นำแล้วมาทำตัวแบบนี้เหมือนกับมีอิทธิพลข่มขู่รังแกชาวบ้านเวลาเมาจะพาลหาเรื่องหลังจากที่ได้นำเรื่องดังกล่าวไปร้องทุกข์แล้วจึงได้เดินทางมาร้องกับผู้สื่อข่าวอีกทีเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและวอนขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการให้ถึงที่สุด
 
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30น.วันนี้ ที่บ้านเลขที่ บ้านเลขที่ 4 หมู่ ที่2 ต.หนองขวา อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ซึ่งเป็นบ้านของนางศิริลักษณ์ อสม.ผุ้ที่ได้รับความเสียหาย ได้มี นางธัญญพร มุ่งเจริญพร ประธานสภา อบจ.สุรินทร์ พร้อมด้วยประธาน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.อำเภอศีขรภูมิได้เดินทางนำกระเช้าของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มามอบให้เพื่อให้กำลังใจแก่ นางศิริลักษณ์ กนกฉันท์ อสม.ประจำหมู่บ้านหนองคูน้อย ซึ่งถูกนายคำอี๊ด ขัติยนนท์ ผู้ใหญ่บ้านทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่19ก.ค.64 ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังมีนายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จ.สุรินทร์ ประธานกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้โทรศัพท์ มาให้กำลังใจ ในการตั้งใจ เพื่อให้คำแนะนำความปลอดภัย ให้กับญาติพี่น้องในหมู่บ้านในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านได้ร่วมกันระมัดวะวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในหมู่บ้าน ขณะเดียวกัน ได้มีโทรศัพท์ จากนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โทรศัพท์ มาให้กำลังใจนางศิริลักษณ์ พร้อมยืนยันในเรื่องความปลอดภัย เพราะนางนางศิริลักษณ์ หวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เกรงว่า จะมีคนมาทำร้าย นายวัชรพงศ์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผุ้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะให้การดูแลเป็นอย่างดี ขอให้ตั้งใจทำงานในหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้าน ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคโควิด-19
 
นางศิริลักษณ์ ยังกล่าวขอบคุณและกำลังใจที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสายและจะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในส่วนคดีนั้นก็ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการอย่างเฉียบขาดเพราะถือว่าเป็นคดีที่สำคัญของการทำหน้าที่ของ อสม.ที่ผ่านมานั้นตน เองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับกริยาการทำงานของผู้นำหมู่บ้านที่เมาแล้วชอบหาเรื่องชาวบ้านคงรู้ดีส่วนในกระแสข่าวที่ออกไปว่ามีเรื่องหมาดหมางกันนั้นตนเองก็ขอยืนยันเลยว่ามันเป็นคนละส่วนกัน
 
ทางด้านนายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิได้กล่าวว่าในเรื่องของการสอบสวนพยานตลอดจนเอกสารหลักฐานนั้นตนเองทราบดีว่าอะไรคือสาเหตุการทำงานร่วมกันมันก็มีการกระทบกระทั่งกันบ้างส่วนใครผิดใครถูนั้นตนเองพอรู้และทราบเหตุผลดีต่างคนต่างทำงานร่วมกันและไม่อยากให้เกิดมีการระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นอีกแต่ผมจะไม่ขอเข้าใครออกใครผมจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
 
ทางด้านพ.ต.ท. สมพงษ์ แก้นจักร รองผกก.สอบสวน สภ.ศีขรภูมิ กล่าวว่าเรื่องการทำร้ายร่างกายถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่ยากได้ทำการสอบสวนเพปากคำประจักษ์พยานคงเหลือเพียงอีก 2 ปากสามารถรวบรวมหลักฐานได้พร้อมกับส่งให้อัยการสั่งฟ้องได้ในความรู้สึกของพนักงานสอบสวนไม่หนักใจเพราะต่างฝ่ายก็คนบ้านเดียวกันผมพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายรองผกก.สอบสวนกล่าว
ด้านนายคำอี๊ด ขัติยนนท์ ผู้ใหญ่บ้านที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าจริงๆแล้วเรื่องทั้งหมดตนเองยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะลึกๆนั้นตนเองที่ได้ทำลงไปไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเพราะผมมีปัญหากับครอบครัวของญาติพี่น้องของ อสม.รายนี้ มาก่อนในเรื่องของที่ดินมาประจบเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองขอความเป็นธรรมกับสื่อข่าวด้วยพร้อมกับยกมือไหว้ให้ผมได้รับความเป็นธรรมด้วย นายคำอี๊ด กล่าว

หน้าแรก » ภูมิภาค