วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569 01:35 น.

ภูมิภาค

ทลายแก๊งจีนเทา หลอกโอนเงินผู้สูงวัย ยึดทรัพย์กว่า 14 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

นนทบุรี — ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หรือ “จีนเทา” หลอกผู้เสียหายโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายดังกล่าว

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัย อดีตข้าราชการบำนาญ ได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มมิจฉาชีพ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาล แจ้งให้ดำเนินการคุ้มครองบัญชีเงินบำนาญ มิฉะนั้นจะไม่สามารถตรวจสอบสลิปเงินเดือนได้

 

 

ต่อมามีผู้ร่วมขบวนการโทรศัพท์ซ้ำ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมบัญชีกลาง หลอกให้ผู้เสียหายให้รหัส OTP และแอดไลน์เพื่อรับเอกสารปลอม จากนั้นชักจูงให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคาร และกรอกข้อมูลตามคำแนะนำ โดยใช้วิธีให้กรอกข้อมูลผิดช่อง จนเกิดการโอนเงินออกจากบัญชีโดยไม่รู้ตัว

ผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงิน 2 ครั้ง รวม 762,995 บาท และไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ภายหลัง จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ยังพบผู้เสียหายรายอื่นที่มีเส้นทางการเงินเดียวกันอีกกว่า 20 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแกะรอยเส้นทางการเงิน พบว่ากลุ่มขบวนการมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันกระทำผิด โดยใช้บัญชีม้าและระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์รับโอนเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนโอนต่อไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ร่วมขบวนการ

ต่อมาได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 9 ราย และขอหมายค้น 3 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่เขตบางแค และเขตภาษีเจริญ

 

 

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยหนึ่งในผู้ต้องหาถูกจับกุมขณะกำลังถอนเงินสดจำนวน 7 ล้านบาท ภายในห้างสรรพสินค้าย่านคลองสาน

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ เงินสดกว่า 10.8 ล้านบาท รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม รวม 229 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 14 ล้านบาท

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก อาทิ ร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค