วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564 02:03 น.

ภูมิภาค

สาวกระบี่ร้องสื่อ วอนช่วยตามหาพ่อหลังหายตัวปริศนาหวั่นถูกแก๊งเงินกู้อุ้ม

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.43 น.
เรื่องราวหนุ่มใหญ่ชาวกระบี่ หายตัวลึกลับจากบ้าน ทั้งลูกเมียไม่สามารถติดต่อได้นาน 4 วันแล้วรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ค.64 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.สุพัตรา หวามาก อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 4 บ้านคลองย่าหนัด ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่าพ่อของเธอคือ นายอูหมาด หวามาก อายุ 55 ปี อาชีพรับซื้อน้ำยางพารา หายออกจากบ้านไปนาน 4 วันแล้ว โดยก่อนนี้เธอและพี่ชาย ช่วยกันโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กประกาศให้คนช่วยตามหาพ่อ โดยพ่อของเธอหายตัวไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เกรงว่าพ่อจะไม่ปลอดภัย
 
จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.สุพัตรา พบที่บ้านมีญาติ ๆ และชาวบ้าน มาที่บ้านดังกล่าว รวมถึง จนท.ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา กำลังขอข้อมูลจาก น.ส.สุพัตรา และนางบุหลัน กำกิจ อายุ 50 ปี ภรรยาของนายอูหมาด และแม่ของ น.ส.สุพัตรา 
 
หลังให้ข้อมูลกับตำรวจนางบุหลัน เผยว่า วันที่สามีหายตัวไป เป็นช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ช่วงนั้นตนเห็นสามีครั้งสุดท้ายสวมเสื้อแจ๊กเก็ตลายพรางแบบทหาร สวมกางเกงขายาวสีครีม เป็นกางเกงยุทธวิธีแบบของ จนท.ใส่ สวมรองเท้าหุ้มส้นสีดำ ช่วงก่อนสามีจะหายไป ตนเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ พอกลับออกมา ก็ไม่พบสามีแล้ว ก็ออกไปดูหน้าบ้าน เห็นรถที่สามีใช้ประจำ ยังจอดอยู่ กระเป๋าเงินก็ไม่ได้เอาไป เอาไปเพียงโทรศัพท์ 2 เครื่อง ก็คิดว่าคงออกไปทำธุระไม่ไกล ไม่นานก็คงจะกลับ แต่ผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน สามีก็ยังไม่กลับ จึงลองโทรศัพท์ไปหาทั้ง 2 เบอร์ แต่โทรไม่ติด จากนั้นก็ขาดการติดต่อไปเลย จนวันที่ 23 ก.ค.ครบ 24 ชม. ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งเป็นเรื่องปิดปกติแล้ว เพราะสามีเป็นคนไม่ค่อยไปไหน หากจะไปไหนก็จะบอกตนทุกครั้ง ตนจึงไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เกาะกลาง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมของสามี ว่าจะเป็นหรือตาย ซึ่งโดยส่วนตัวตนเชื่อว่า เหตุที่สามารถหายออกไป จะต้องมีคนมารับสามีไปจากบ้าน ก็พยายามสอบถามเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีใครเห็น เพราะช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางคืน แถวบ้านจะปิดประตู ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว 
 
ด้าน น.ส.สุพัตรา เล่าให้ฟังว่า นับจากวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถติดต่อพ่อของเธอได้ ทำให้ตอนนี้ทั้งเธอ พี่ชาย และแม่ ต่างเป็นห่วงในความปลอดภัยของพ่อ เพราะวันที่พ่อหายตัวไป พ่อไปโดยไม่เอาอะไรติดตัวไปเลย แม้แต่เงิน พ่อเอาไปเพียงโทรศัพท์ 2 เครื่อง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อพ่อได้ ตอนนี้ยังไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ซึ่งยอมรับว่าทำใจเผื่อไว้แล้วหากพ่อจะเป็นอะไรขึ้นมา ซึ่งเธอถามแม่ว่าพ่อมีปัญหาอะไรกับใครบ้าง ก็ทราบว่าพ่อมีปัญหาแค่เรื่องหนี้สิน ที่เคยไปกู้ยืมจากคนปล่อยเงินกู้นอกระบบ ซึ่งพ่อต้องนำเงินมาใช้หมุนซื้อน้ำยาง แต่ระยะหลังตั้งแต่โควิด-19 ระบาด รายได้ก็ลดลง ทำให้ครอบครัวเริ่มขัดสนเรื่องเงินหมุนเวียน แต่พ่อเป็นคนไม่เคยบอกปัญหากับใคร จะชอบไปยืมเงินนอกระบบเอง ก่อนนี้เธอก็เคยปิดหนี้ไปให้พ่อแล้วครั้งหนึ่งประมาณ 3-4 หมื่นบาท 
 
น.ส.สุพัตรา เล่าอีกว่า ตอนนี้ไม่ว่าพ่อจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากพ่อเห็นข่าว อยากให้ติดต่อกลับมาที่บ้านด้วย โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าพ่อจะหนีปัญหาไปคิดสั้นฆ่าตัวตาย เพราะที่ผ่านมาพ่อเคยบอกเสมอว่าไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักแค่ไหน ก็ไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายแน่นอน จึงมีความเป็นไปได้ที่พ่ออาจจะไปมีปัญหากับแก๊งทวงหนี้ และที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ หากมีคนมารับพ่อ จะต้องเป็นคนที่รู้จักกันดี เพราะนิสัยพ่อจะไม่ไปไหนกับใครในช่วงกลางคืน หากไม่ใช่คนรู้จักสนิทกันจริง ๆ จึงอยากให้ตำรวจช่วยเร่งติดตามหาร่องรอยให้ด้วย ในส่วนของญาติ ๆ ก็พยายามช่วยกันหาทุกวิถีทางแล้ว แม้แต่ไปให้หมอดูช่วยดูให้ หมอดูแต่ละคนก็บอกไม่เหมือนกัน บางคนบอกพ่อตายแล้ว บางคนก็บอกยังมีชีวิต จึงไม่ปักใจเชื่อเรื่องหมอดูมากนัก.