วันจันทร์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564 14:12 น.

ภูมิภาค

สาวใหญ่ดื้อฝืนคำสั่งตรวจเชื้อโควิด หลังใกล้ชิดญาติติดเชื้อทั้งบ้าน5ราย

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.15 น.

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 14 ก.ย.64 นายบุญก้อง ศรีสงคราม  ปลัดอำเภอสวี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้รับแจ้งจากนายสายันต์  ทองเนตร  อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 ตำบลทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร ว่ามีลูกบ้านเพศหญิงรายหนึ่งซึ่งมีความเสี่ยงสูงใกล้ชิดญาติที่ติดเชื้อโควิด-19 กันทั้งบ้านรวม 5 ชีวิต  โดยกักตัวแต่ไม่ยอมตรวจหาเชื้อโควิด ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค แม้เข้าเจรจาหลายครั้งแล้วก็ตาม

 


       

ภายหลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ นายศิลปชัย  เรือนสูง นายอำเภอสวี ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยนายดารากร  จันทนา ปลัดอำเภอ  สมาชิก อส. นายสายันต์  ทองเนตร ผู้ใหญ่บ้าน  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นางประไพรัตน์  จิตรา อายุ 50 ปี อสม. และนายอรรถพันธ์  โกสิทธิ์  นายก อบต.ทุ่งระยะ เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว
        

พบหญิงสาว อายุ 43 ปีคนดังกล่าว โดยอยู่อาศัยร่วมกับสมาชิกภายในครอบครัวรวม 5 ชีวิต ต่อมานายบุญก้อง ปลัดอำเภอสวี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจถึงมาตรการควบคุมโรค แต่หญิงสาวคนดังกล่าวได้โต้เถียงโดยอ้างถึงเหตุผลตนเองเป็นหลัก พร้อมถามกลับปลัดอำเภอว่า “เขาผิดอะไรถ้าไม่ไปตรวจ” หลังจากนั้นทางปลัดอำเภอจึงได้กางเอกสารข้อกฎหมายอ่านให้หญิงสาวคนดังกล่าวฟัง ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ หมวด 6 การป้องกันโรคและควบคุมโรค โดยพอสังเขปดังนี้

 


         

ตามมาตรา 36  (1) “ให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด  หรือผู้ที่เป็นผู้สัมผัสโรคหรือพาหะ  มารับการตรวจหรือรักษา  หรือรับการชันสูตรทางการแพทย์  และเพื่อความปลอดภัยอาจดำเนินการโดยการแยกกัก  หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด จนกว่าจะได้รับการตรวจและชันสูตรทางการแพทย์ว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรือสิ้นสุดอันควรสงสัย” และข้อกฎหมายอื่นๆที่ปลัดอำเภอพยายามอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจง่ายขึ้น
         

ทั้งนี้นายบุญก้อง ปลัดอำเภอสวีฯหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงและจ้าพนักงานควบคุมโรค  จึงได้อ่านบทกำหนดโทษ ถ้าผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ตามมาตรา 51 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรค หรือไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท”  ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะอธิบายถึงความจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งและถึงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนแล้ว หญิงสาวคนดังกล่าวก้ยังโต้เถียงเจ้าหน้าที่และญาติอยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันเจรจา   กระทั่งพ่อกับแม่ของหญิงคนดังกล่าวเดินทางเข้ามาพุดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

 


        

นางประไพรัตน์  จิตรา อายุ 50 ปี อสม.และเป็นพี่สาวของหญิงสาวผู้มีความเสี่ยงสูง และนายสายันต์  ทองเนตร ผู้ใหญ่บ้าน  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวได้ความว่า บ้านหลังดังกล่าวมีสมาชิกอาศัยอยู่ในครอบครัวจำนวน 5 คน โดยทั้งหมดมีความเสี่ยงสูงใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากบ้านญาติซึ่งติดเชื้อโควิดทั้งบ้านรวม 5 ราย อยู่ห่างกันเพียง 30-40 เมตรเท่านั้น โดยทั้งสองหลังนี้จะไปมาหาสู่กันและนั่งรถยนต์คันเดียวกัน