วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564 13:08 น.

ภูมิภาค

ปปส.ไล่ล่าจับแก็งขนน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มูลค่า 11 ล้าน

วันอังคาร ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.59 น.

เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 21  ก.ย.64  ที่สถานีตำรวจละแม อ.ละแม จ.ชุมพร  ตำรวจกองกำกับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด โดยการอำนวยการ พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์  ผบก.สกส.บช.ปส. สั่งการ ให้ พ.ต.ท.ภาณุรัตน์ รวมทรัพย์ สารวัตร กก.4 บก.สกส.ออกหาข่าวหลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีแก็งขนยาเสพติดจากภาคใต้เข้าสู่ ภาคกลาง จึงได้ติดตามการเคลื่อนไหวของแก็งดังกล่าว

 


ในช่วงเวลา 15.00 น.ตำรวจ ปปส.พบรถยนต์กระบะสี่ประตู2คัน เป็นรถกระบะมิตซูบิซิ ไทรทันสีขาว สี่ประตู ทะเบียน งค1410 สงขลา และรถยนต์กระบะ มาสด้า สีดำสี่ประตู ทะเบียน 7 กฐ 6270 กทม. มีนายซูลกลีลีฟ มามะเร็ง อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ที่ 1 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ นายนิยดี ปะจูสาลา อายุ 35  ปี บ้านเลขที่38/2 หมู่ที่ 1 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ  จ.นราธิวาส ขับรถมิตซูบิซิ ขับตามกันมาบนถนนเอเซีย41 ขาขึ้น กทม. ในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี จึงสั่งสัญญาณให้หยุดตรวจแต่ไม่ยอมหยุดให้ตรวจ จึงแจ้ง ตำรวจพื้นที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ขับรถสายตรวจไล่จับ ระยะทางร่วม 50 กม.จนเข้าพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร ตำรวจ สภ.ละแม สามารถสกัดจับได้ที่ ด่านทุ่งสวรรค์ หมู่ที่ 9 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร และ อีกคันสามารถแหกด่านไปจับได้ที่ ตลาดอวยชัย 3 ต.วังตะกอ อ.หลังสวนจ.ชุมพร นำตัวส่งตรวจสอบ ที่ สภ.ละแม พบน้ำยาสำหรับใส่บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน85 ลัง 48,600 ขวด มูลค่า 11ล้านบาท โดยของกลางทั้งหมดอัดแน่น มาในกระบะที่ติดฝาปิดอัตโนมัติ และภายในห้องโดยสาร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ขับรถขนน้ำยาดังกล่าว

 

 


พ.ต.ท.ภาณุรัตน์ รวมทรัพย์ กล่าวว่า”แก็งดังกล่าวขนน้ำยาใส่บุหรี่ไฟฟ้า จาก จ.นราธิวาสจะไปจอดที่ จ.เพชรบุรี แล้วจะมีคนมาขับต่อไป  แก็งดังกล่าวเป็นขบวนการใหญ่มีการขนยาเสพติดและ ของเถื่อนมานานเป็นปกติ ถูกตำรวจจับได้หลายครั้ง จนมาในครั้งนี้ได้ลักลอบขนน้ำยาใส่บุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาจำนวนมาก มูลค่า 11ล้านบาท”  สำหรับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เหล่านี้มีกลิ่นหอมผลไม้หลากหลายชนิดแต่มีพิษรุนแรงมาก ตำรวจ ปปส.จึงได้นำตัวส่ง พ.ต.ท.นิรันดร์ ชูหลอง พงส.ตั้งข้อหา “ร่วมกันนำเข้าสินค้า (น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า) หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร,ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึ่งรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242, เป็นผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยซึ่งห้ามขายสินค้า หรืองดให้บริการสินค้าที่เป็นอันตราย ประกอบคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ ๙/๒๕๕๘ เรื่อง “ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า”บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ตามมาตรา ๒๙/๙ วรรคสอง และ ๕๖/๔ แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๒๒ , มาตรา ๓๗ แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๒๒ (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๖๒) ประกอบคำสั่งคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ ๙/๒๕๕๘ เรื่อง “ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า”บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ดำเนินคดีต่อไป