วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:17 น.

ภูมิภาค

รวบช่างทำเมรุกุเรื่องถูกปล้น หวังใส่ร้ายคู่อริ สุดท้ายจนมุมตำรวจ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 05.57 น.

บุรีรัมย์ – ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ดำเนินคดีกับชายวัย 33 ปี อาชีพช่างทำเมรุลอย หลังสร้างเรื่องว่าถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ประกบชิงทรัพย์ หวังให้ตำรวจติดตามจับกุมคู่อริต่างหมู่บ้าน ก่อนถูกตรวจสอบพบพิรุธหลายจุด จนยอมรับสารภาพว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นทั้งหมด

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 หลังโลกออนไลน์ในจังหวัดบุรีรัมย์มีการแชร์โพสต์แจ้งเตือนเหตุคนร้ายดักชิงทรัพย์บริเวณหน้าวัดโนนทราย ถนนสายบ้านยาง–โคกเหล็ก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ โดยระบุว่าผู้เสียหายถูกคนร้ายชิงเงินสดจำนวน 2,100 บาท และขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ต่อมา นายพรเทพ สมบูรณ์รัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายกิติศักดิ์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ว่าถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบและกระชากกระเป๋าเอาเงินสดจำนวน 2,100 บาทไป จึงนำข้อมูลไปโพสต์เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง

 

 

นายกิติศักดิ์อ้างว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปรับแฟนสาวในตัวเมืองบุรีรัมย์ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าวัดโนนทราย มีวัยรุ่น 2 คน สวมหมวกปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์มาประกบ ก่อนที่คนซ้อนท้ายจะชกเข้าที่ใบหน้าและกระชากกระเป๋าสะพายซึ่งมีเงินสดอยู่ภายใน แล้วหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ผู้แจ้งเหตุจำลองเหตุการณ์ พบว่ามีข้อพิรุธหลายประการ อีกทั้งไม่สามารถให้รายละเอียดสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างได้

จากการสอบสวนอย่างละเอียด นายกิติศักดิ์จึงยอมรับว่า เหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาเอง โดยมีเจตนาจะให้คู่อริซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับที่ตนอ้างได้รับความเดือดร้อนและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้ก่อเหตุยอมรับผิด พร้อมกล่าวขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค