วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:54 น.

ภูมิภาค

พบรอยพระพุทธบาทบนเขาอายุกว่า 130 ปี เตรียมจะพัฒนาให้ปชช.ขึ้นมากราบไหว้

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.34 น.

วันที่ 12 ก.พ.2565 ผู้สื่อข่าว เพจ บีปิ๊กคนข่าวกาญจน์ ได้เดินทางไปยังวัดเขาสามสิบหาบ ม.4 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เมื่อผู้สื่อข่าวได้ทราบเรื่องว่าทางวัดพบรอยพระพุทธบาทบนเขาคาดว่ามีอายุกว่า 130 ปีในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงรีบเดินทางไปที่วัดเมื่อถึงได้พบกับพระมหาทิวา ฐานิสสโร เจ้าอาวาสวัดเขาสามสิบหาบ จึงได้พูดคุยถึงการค้นพบรอยพระพุทธบาทนี้บนเขาว่าไปเจอได้อย่างไร

 

 

เจ้าอาวาสได้เล่าว่ารอยพระพุทธบาทนี้ได้มีชาวบ้านเจอกันมานานแล้วชาวบ้านจะขึ้นไปบนเขาเพื่อหาหน่อไม้ ซึ่งรอยพระพุทธบาทนี้จะอยู่ประมาณช่วงกลางเขา เดินขึ้นไปใช้เวลาประมาณไม่ถึง10นาทีเพราะเป็นเขาที่ไม่สูงมาก ส่วนของรอยพระพุทธบาทนั้นมีลักษณะเป็นฐานปูนสูงขึ้นมาจากพื้นราว 90 ซม. หน้ากว้างคูณยาวของรอยพระพุทธบาทก็ราว 20?40 ซม.แผ่นของรอยพระพุทธบาททำด้วยทองเหลือง แต่ก็เป็นเรื่องที่แปลกที่ไม่มีชาวบ้านคนไหนให้ความสนใจเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกมาก

 

 

เจ้าอาวาสได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงวันที่ขึ้นไปเจอว่า"วันนั้น ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นวันพระพอดี เจ้าอาวาสตื่นมาทำวัตรตามปกติ สวดมนต์ เจริญภาวนาและนั่งสมาธิ พอช่วงที่นั่งสมาธิได้สักพักในจิตกฌมีความรู้สึกว่าอยากขึ้นไปบนเขา อยากขึ้นไปบริเวณจุดที่ชาวบ้านบอกว่าเจอเหมือนรอยพระพุทธบาท พอออกจากการนั่งสมาธิ จึงได้รีบชวนชาวบ้านอีก 3 คนขึ้นไปด้วยเพราะจะได้ช่วยกันทำทางขึ้นไปยังจุดนั้นเพราะรกมาก

 

 

เจ้าอาวาสกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ลำพังอาตมาคนเดียวคงไม่สามารถขึ้นไปได้เพราะบางช่วงก็มีความชันและยังรกมากๆ พอพวกเราขึ้นไปถึงตรงรอยพระพุทธบาทแล้วตัวอาตมาเองรู้สึกขนลุกตลอดเวลา ตอนนั้นจึงรีบช่วยกันเก็บกวาดให้โล่งๆและปัดเก็บใบไม้ที่ปกคลุมรอยพระพุทธบาทออก จนเห็นความงดงาม น่าเลื่อมใส ศรัทธาของรอยพระพุทธบาท จึงได้ก้มลงกราบแล้วสวดมนต์บทต่างๆ หลังจากสวดเสร็จก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า อยากทำให้สถานที่นี้รอยพระพุทธบาทนี้เป็นที่สักการะแด่สาธุชนคนทั่วไปได้ขึ้นมากราบไหว้ บูชา

 


หลังจากนั้นจึงกล่าวขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ล้วงเข้าไปตรงรอยแตกของรอยพระพุทธบาทซึ่งเป็นช่องโหว่ เพราะเห็นชิ้นที่แตกนั้นหลุดลงไปด้านล่างจึงได้หยิบขึ้นมา สังเกตเห็นว่าในช่องนั้นมีใบเข้าไปอุดอยู่มากมายจึงได้หยิบใบไม้ออก ทำให้พบว่าด้านในนั้นมีเหรียญพระต่างๆ มีทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนพระสมเด็จ จำนวน 12 เหรียญ

 


ในตอนนั้นตนก็คิดว่าทำไมชาวบ้านมากมายที่ขึ้นมาเก็บหน่อไม้ที่ต้องเดินผ่านจุดนี้กันตลอดทำไมถึงไม่ล่วงหรือส่องดูในช่องที่แตกนี้ เพราะแค่เก็บใบไม้ออกก็จะเห็นเหรียญอย่างชัดเจน หลังจะเก็บครบทุกเหรียญแล้วจึงได้นำลงมาด้วยและได้ให้ชาวบ้านดูว่าเป็นพระอะไรซึ่งชาวบ้านดูแล้วก็ไม่ทราบว่าคือพระอะไรแต่จากการสังเกตด้วยตาน่าจะเก่าแก่มาก ซึ่งเป็นเนื้อชินเงินเป็นพระกรุที่เก่าแก่ ซึ่งก็จะเก็บไว้เพื่อให้ประชาชนได้มาดูมาชมกันต่อไป

 


ซึ่งในตอนนี้ก็กำลังจะทำทางขึ้นให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจะได้ขึ้นไปกราบไหว้กัน" ซึ่งวัดเขาสามสิบหาบนี้ คาดว่าจะสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ทางเจ้าอาวาสได้นำหลักฐานเป็นคล้ายโฉนดที่ดิน มีการเซ็นมอบที่ดินแห่งนี้เพื่อให้ปลูกสร้างวัด โดยเป็นลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านทรงเซ็นมอบที่ดินผืนนี้เอง ในโฉนดนั้น ได้ระบุวันที่พระราชทานให้ คือวันที่ 30 พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ศก111พระพุทธ สาสนกาล2435พรรษา เป็นวันที่ 8786ในรัชกาลปัตยุบัน

 

 

 

โฉนดใบนี้ก็ได้เก็บไว้ในอุโบสถเก่าของวัด คาดว่าอุโบสถนี้ก็จะมีอายุ 129 ปีและจะครบ 130 ปีในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยทางวัดจะจัดงานครบรอบ 130 ปีวัดเขาสามสิบหาบ ซึ่งโบสถ์เก่าแห่งนี้ก็ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามากราบไหว้ สักการะขอพรได้ โดยด้านในอุโบสถนี้จะมีพระประธาน สมเด็จพระพุทธติงสบารมีสัมมาสัมพุทธเจ้า (หลวงพ่อบารมี ๓๐ ทัศน์) ที่น่าจะสร้างมาพร้อมกับอุโบสถแห่งนี้ และยังมีพระรัตนมีฉัตร พระพุทธเสฏฐีรตนติงสบารมี ซึ่งคาดว่าอายุน่าจะเก่าแก่กว่า 130 ปี ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านชาว 35 นับถือและเลื่อมใสเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามก็อาจจะมีทางด้านกรมศิลป์เข้ามาตรวจสอบความเก่าแก่และอายุให้แน่ชัดอีกที

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค