วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565 15:53 น.

ภูมิภาค

ร.ร.ชื่อดังเมืองขอนแก่นแจง! ปมนักเรียนชั้นม.3เสียชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.12 น.


ร.ร.ชื่อดังกลางเมืองขอนแก่น แจงแล้ว! กรณีโชเชี่ยลโพสเด็กนร.ชั้น ม.3 ที่เป็นลมใน ร.ร.แล้วไม่มีใครทำ cpr รถกู้ชีพมาถึงรถครูจอดขวางเข้าไม่ได้ ตอนนี้เด็กเสียชีวิตแล้ว" สาเหตุจากการมีโรคประจำตัวแล้วขาดการกินยาอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่เกิดตั้งแต่วันจันทร์13 มิถุนายน ที่มีการปฐมพยาบาลตลอดจนการทำ CPR จนเด็กอาการปลอดภัย ซึ่งในเหตุการณ์มีมารดาของเด็กนักเรียน ตลอดจนคุณครู และเจ้าหน้าที่พยาบาล อยู่ในเหตุการณ์ด้วยตลอด แล้วดำเนินการส่งต่อไปที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จวบจนเด็กได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ยังความเศร้าโศกเสียใจมายังเพื่อนร่วมชั้นตลอดจนคุณครูและผู้บริหารโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน
  
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า จากกรณีที่ผู้ใช้นามว่ากุ๊ก...ได้โพสต์ข้อความลงใน Facebook ของกลุ่มสาธารณะ ขอนแก่นมีอะไรบอกด้วย ช่วยเหลือแบ่งปันสาระประโยชน์โดยได้โพสต์ข้อความว่า "ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องด้วยนะคะ กรณีเด็กนร.ชั้นม.3 โรงเรียนชื่อดังกลางเมืองขอนแก่น ที่เป็นลมใน ร.ร.แล้วไม่มีใครทำ cpr รถกู้ชีพมาถึงรถครูจอดขวางเข้าไม่ได้ ตอนนี้เด็กเสียชีวิตแล้ว" จากข้อความดังกล่าวข้างต้นทำให้มีผู้แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากอาทิเช่นรถครูเยอะจริงๆ รถคนละคัน, แก้ไขเถอะคับ.ระเบียบในโรงเรียน คนนอกเห็นแต่ทำไรไม่ได้ ! ขออนุญาตฝากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ,โรงเรียนอย่างหรู ระบบจอดรถอย่างเห..,ความใจดำของคนบางคยทำคนอื่นเดือดร้อน  ขอให้น้องไปเป็นนางฟ้า และสู่สุขคตินะครับ #ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตนะครับ,แน่นทุกอย่าง ทั้งนร ทั้งรถ ทั้งตึก คงได้เวลาคืดใหม่ ทำใหม่ นะตะ,ครูไม่มีใครทำ cprเป็นสักคนเลยเหรอ ทำไมเวลาสอนทำเก่งจังพอเจอของจริงไม่มีใครช่วย...rip นะคะ, มีรภกันทุกคนจนไม่เหลือทางให้รถวิ่ง..งึดจ้าสมองระดับคู, ปล่อยเด็กคักแท้ เป็นต้น
     

พร้อมทั้งได้โพสต์รูปการ์ดงานศพ ใจความว่ากำหนดการมาปนกิจศพ เด็กหญิงกาญจน์ (สงวนนามสกุล) ณ วัดหนองแวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดซอนแก่น วันเสาร์ที่ 25  มิถุนายน พ.ศ. 2565เวลา 15.00 น. ประชุมเพลิง
     

จากเรื่องดังกล่าวข้างต้นรองผอ.โรงเรียนดัง ซึ่งกำกับดูแลห้องพยาบาลของโรงเรียนได้ออกมาเปิดเผยชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า จริงๆแล้วเด็กมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รักษาอย่างต่อเนื่อง หมายถึงว่าคุณแม่เด็กเป็นพูดเองว่าคือเขามีอาการแบบนี้มามานานแล้ว โดยที่ผ่านมาตอนเรียนชั้นประถมปีที่ 6 ที่โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นก็ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายจะเป็นลมล้มพับแบบนี้เกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว พอมาเมื่อได้มาศึกษาต่อที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ทางครอบครัวเด็กเห็นว่าน้องไม่มีอาการ คิดว่าหายแล้ว เพราะไม่มีอาการแบบนี้อีกเลยไม่ได้ให้กินยาต่อเนื่องมากมาย อันนี้คือข้อมูลเบื้องต้น
    

รองผอ.กล่าวเพิ่มเติมว่าส่วนเรื่องที่รถกู้ชีพมาถึงรถครูจอดขวางเข้าไม่ได้ นั้น ความจริงแล้วคือ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ตอนที่เปลี่ยนคาบเรียนในช่วงเวลา 11:00 น. เด็กได้เป็นลมล้มพับลง ซึ่งในตอนนั้นทั้งเพื่อน และครูประจำชั้นได้นำเด็กนักเรียนหญิงมาปฐมพยาบาล ที่ห้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น ของโรงเรียน ต่อจากนั้นได้มีการเรียกรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลขอนแก่น มาทำการสนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อให้มารับตัวเด็กไปรักษา ให้มีอาการปลอดภัยต่อไป
   

รองผอ.กล่าวอีกว่าในตอนที่เกิดเหตุ อาการของเด็ก จำเป็นต้องทำ CPR ทางโรงเรียน จึงได้เรียกรถพยาบาลขอนแก่น มา ซึ่งใช้เวลาไม่นาน รถพยาบาลกู้ชีพของโรงพยาบาลขอนแก่น มาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อรถคันแรกไปถึงอุปกรณ์มีแต่ในการให้การช่วยเหลือผู้ป่วย ในกรณีนี้คือการต้องส่งต่อทีมA เพื่อให้การช่วยเหลือมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ว่าเรียกคัน 2 มาเพราะคันแรกไม่พร้อม รถคันแรก ไปถึงคือ BLS คันที่ 2 คือ ALS ทีมแรกใช้เวลา 3 นาที โดยประมาณ พอถึงที่เกิดเหตุเราได้ให้การช่วยเหลือทันทีโดยการทำCPR+AED+OXYRETER และประสานทีม A ต่อมาได้มีการทำ CPR จากเจ้าหน้าที่พยาบาลผู้มีความเชี่ยวชาญ จนอาการของเด็กหญิงปลอดภัย พร้อมที่จะเคลื่อนย้ายไปทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่น โดยขณะที่ทำการ CPR ได้มีทั้งคุณแม่ของเด็กนักเรียนหญิง คุณครู อยู่ในเหตุการณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ต้องให้เด็กปลอดภัยก่อน จนสามารถส่งต่อเด็กนักเรียนหญิงไปที่โรงพยาบาลขอนแก่นในลำดับต่อไปได้อย่างสมบูรณ์
  

รองผอ.กล่าวด้วยว่าต่อข้อถามที่ว่ารถกู้ชีพมาถึงรถครูจอดขวางเข้าไม่ได้ ตอบว่าไม่ใช่  เพราะว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังปั๊มหัวใจอยู่บนรถพยาบาล ดังนั้นรถกู้ชีพ มันต้องจอดอยู่นิ่งๆ ในระหว่างทำ CPR  โดยมีคุณแม่ พร้อมครูที่ปรึกษา อยู่บนรถด้วยกัน แต่รถยังไปไม่ได้เพราะว่าต้องทำ CPR ก่อน เพราะว่าจะใช้เวลานานพอสมควรในการ CPR จนเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่บนรถมั่นใจ ว่าอาการของเด็กผู้หญิงปลอดภัย นั่นแหละถึงเคลื่อนรถออกได้ ส่วนเรื่องที่ มีการโพสต์ข้อความ อาจจะไม่เข้าใจว่ารถออกไม่ได้เพราะมีรถครูจอดขวางทาง จึงทำให้รถพยาบาลออกไม่ได้ ในเรื่องนี้จึงไม่เป็นความจริง ไม่ใช่เลย เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่  13 มิ.ย. เพราะเด็กไปถึงโรงพยาบาล และนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน จนมาเสียชีวิต ในเรื่องนี้คุณแม่เด็กก็รับรู้ แต่ในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นทั้งทางเพื่อนนักเรียน คณะครู และผู้บริหารของโรงเรียน มิได้นิ่งนอนใจ และได้ติดตามถามความคืบหน้าในการรักษามาโดยตลอด ท้ายสุดได้มีความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.

หน้าแรก » ภูมิภาค