วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 04:18 น.

ภูมิภาค

คดีปู่ถอยรถเหยียบหลานดับ ตร.ยันไม่มีเงื่อนงำเป็นอุบัติเหตุ

วันจันทร์ ที่ 08 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.00 น.

คืบหน้า กรณีเกิดเหตุสลด นายเอนก โพธิ์สุ อายุ 53 ปี นักการภารโรงโรงเรียนแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 3 บ้านเสียวน้อย ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม ขับรถยนต์กระบะเชฟโรเลต สีแดง 4 ประตู ทะเบียน กน 7738 สกลนคร ถอยหลังออกจากบ้านซึ่งปลูกอยู่ด้านในสุดของที่ดิน ซึ่งด้านหน้าของแปลงที่ดินติดถนนคอนกรีตหมู่บ้าน มีบ้านของลูกหลานปลูกอยู่ขนาบข้างซ้ายขวา ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างถอยหลังล้อรถด้านขวา ได้เหยียบทับร่างหลานสาวที่เล่นกองทรายอยู่บริเวณข้างบ้านหลังใหญ่จนเสียชีวิต คือ เด็กหญิง ชัญญนุช โคตรมิตร หรือน้องเติมตัง อายุ 1 ปี 8 เดือน โดยภายหลังนายเอนกซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ ทราบว่าตนเองประมาทขับรถยนต์ทับหลานสาว ถึงขั้นสติแตกล้มนอนเกลือกกลิ้งร้องไห้ปริ่มขาดใจ เพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะวิ่งกลับไปที่บ้านแล้วใช้ขวดเหล้าฟาดศีรษะทำร้ายตนเองจนแตกเลือดไหลอาบ และไปคว้าเชือกไนล่อนผูกคอตายตามหลานสาวที่ตนเองรักมากในห้องนอน ซึ่งสร้างความสลดให้กับชาวบ้าน และญาติพี่น้องซ้ำซ้อนอีก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว


ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบ เก็บหลักฐานรอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี ยืนยันเบื้องต้นน้องเติมตังมีบาดแผลที่ศีรษะจากการถูกล้อรถทับ เป็นคดีที่เกิดจากอุบัติเหตุ ส่วนที่ศพนายอเนกมีบาดแผลที่ทำร้ายตนเองบริเวณศีรษะ ลำคอเขียวคล้ำจากการใช้เชือกมัดคอแขวนกับขอบหน้าต่าง นอกนั้นไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด โดยทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงไม่มีการส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น พร้อมตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
 

ล่าสุด วันที่ 8 สิงหาคม 2565 บรรยากาศในงานศพญาติได้ตั้งโลงทั้งปู่หลานไว้ในบ้านหลังเดียวกัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจ และความหดหู่ใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ต่างสงสารในชะตากรรมที่ไม่อยากให้ใครพานพบ ซึ่งทางญาติไม่ขอเปิดเผยข้อมูลให้ข่าวเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งไม่อยากให้ซ้ำเติมครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนทางเจ้าหน้าที่ฝากแจ้งเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้เฝ้าระมัดระวัง หากมีเด็กเล็กในบ้าน ควรระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเช่นรายดังกล่าว


ด้าน พ.ต.อ.ชัยทัศรัศมิ์ พรหมศิริ ผกก.สภ.นาหว้า เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าวหลังเกิดเหตุได้มีการประสาน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมถึงสอบสวนญาติและผู้เห็นเหตุการณ์ ยืนยันไม่มีเงื่อนงำในการเสียชีวิต รวมถึงทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย จึงไม่มีการนำศพส่งตรวจชันสูตรซ้ำที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น ส่วนสาเหตุมาจากการประมาทของปู่ ที่ขับรถถอยออกจากบ้าน แต่ไม่ทันสังเกตเห็นหลานที่เล่นอยู่หน้าบ้านจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น ภายหลังปู่เสียใจที่ขับรถทับหลาน จนรับไม่ได้ ขาดสติพยายามทำร้ายตัวเอง ด้วยการใช้ขวดตีศีรษะ และหลบเข้าไปผูกคอตายในห้องพัก ซึ่งขณะนั้นญาติกำลังชุลมุนกับการเสียชีวิตของเด็ก ไม่มีใครคาดคิดว่าทางปู่จะคิดสั้น จนกระทั่งตรวจสอบภายหลังว่าพบเป็นศพ เนื่องจากผูกคอตายในห้องพักเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะมีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องโดยละเอียด ประกอบการเก็บหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ทั้งนี้ยืนยันเป็นคดีที่เกิดจากอุบัติเหตุ และไม่มีเงื่อนงำการเสียชีวิตของทั้งสองราย
         

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีชาวบ้านบางคนมีการลือไปต่างๆนาๆ กล่าวหาว่านายอเนกโดนทำร้ายจากคนอื่น และนำตัวไปแขวนคอ พร้อมอ้างมีคนเห็นเหตุการณ์ ซึ่งผู้สื่อข่าวแจ้งผู้อ้างไปให้ปากคำแก่พนักงานสอบสวน แต่กลับไม่ยอมไปอ้างว่ากลัวครอบครัวน้องเติมตัง ทำให้ข่าวลือแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ต่อมาพี่ชายของนายอเนกผู้เสียชีวิต ซึ่งรับราชการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความสยบข่าวลือดังกล่าว ว่า “ถามหมอและตำรวจ เขาบอกสาเหตุการตาย เกิดจากการขาดอากาศหายใจ ส่วนเรื่องแผลต่าง ผมก็ล้างศพดูด้วยมีแผลที่หัว แต่ตำรวจก็บอกว่า ไม่ใช่สาเหตุการตาย ครับ” ซึ่งต่อจากนี้หากมีการปล่อยข่าวลือออกไปอีก ทางญาติผู้เสียชีวิตจะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ฐานใส่ร้ายทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค