วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 05:45 น.

ภูมิภาค

amazing งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ปล่อยไข่พญานาคโชว์ นทท.

วันพฤหัสบดี ที่ 06 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.44 น.

เทศกาลงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนม ประจำปี 2565 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–11 ตุลาคม รวม 11 วัน 11 คืน โดยทุกค่ำคืนมีการไหลเรือไฟประยุกต์โชว์  1 ลำ เพื่อเป็นการเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม งานบุญประเพณีออกพรรษานี้ โดยในคืนวันที่ 10 ตุลาคม ถือว่าเป็นคืนที่ยิ่งใหญ่และเป็นคืนที่ทุกคนรอคอย เพราะมีการประกวดไหลเรือไฟประยุกต์จาก 12 อำเภอ รวม 12 ลำ และทุกวันก่อนถึงวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา ได้มีประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยลาว เดินทางมาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากโควิดระบาด ทำให้การจัดงานซบเซา สำหรับปีนี้ทางจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง จัดงานไหลเรือไฟได้อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่

 

 

ขณะเดียวกันอีกบรรยากาศหนึ่ง มีสีสันความสวยงามที่พลาดไม่ได้ และสร้างความตื่นตาให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวทุกปี คือ การปล่อยไข่ พญานาค หรือกระทงสายกลางลำแม่น้ำโขงในยามค่ำคืน ในปีนี้มี นายกิตติวัฒน์ ปัททุม อายุ 40 ปี ปลัดอำเภอฯ ผู้บังคับกองร้อย อส.ที่ 1 นครพนม นำกำลังเจ้าหน้าที่จากกองร้อย อส. ต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดทำกระทงสาย หรือชาวบ้านเรียกว่าไข่พญานาค เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีการรับบริจาคกะลามะพร้าวจากชาวบ้านในทุกเขตอำเภอต่างๆ เพื่อมีคัดแยกขนาด ก่อนนำไปบรรจุเชื้อเพลิง ทำจากขี้เลื่อยผสมกับน้ำมันยางนา และน้ำมันดีเซล และนำไปจุดไฟไหลไปตามน้ำโขง

 


แสงไฟที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้นั้น ก็จะเกิดความสวยงามกลางสายน้ำคล้ายตะเกียงไฟลอยเอื่อยมาเป็นสาย ชาวบ้านจึงเรียกว่าไข่พญานาค หรือกระทงสาย เป็นสร้างสีสัน ตระการตา อวดโฉมโชว์ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวชมงาน

 


นายกิตติวัฒน์ ปัททุม กล่าวต่อว่าได้มีการปล่อยกระทงสาย หรือไข่พญานาคทุกคืน วันละประมาณ 3,000-5,000 ดวง ส่วนคืนวันออกพรรษาเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 11 จะมีการปล่อยไม่น้อยกว่า 10,000 ดวง เพื่อสร้างตวามตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการชมการประกวดไหลเรือไฟจากตัวแทนชาวบ้าน จำนวน 12 ลำ  ทั้งนี้โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังพล อส. ถือเป็นเบื้องหลังความสวยงามที่ต้องเหน็ดเหนื่อย แต่มีความภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมสร้างความประทับใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนได้สืบสานประเพณีอันดีงามของ จ.นครพนม ที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค