วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:51 น.

ภูมิภาค

น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเรือสำเภาทองฝั่งกลับมาโลดแล่นในน้ำอีกครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่13 ตุลาคม 2565 ภาพมุมสูงเผยให้เห็นภาพที่เรียกได้ว่า ปัจจุบันหาดูยาก เพราะเป็นภาพของเรือสำเภาโบราณ ที่ดูเหมือนกำลังโลดแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อกวนอู ตลาดเก่าร้อยปีคุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งในสภาวะปกติเรือลพนี้จะถูกจัดวางอยู่บนคาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาชมและศึกษาเกี่ยวกับเรือสำเภา ที่คนสมัยก่อนใช้ในการเดินทางค้าขาย แต่เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งขึ้นมา จนถึงเรือสำเภาทองจึงเกิดภาพที่ดูเหมือเรือลำดังกล่าวกลับลงน้ำมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้ในแต่ละสันจะมีนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพเรือสำเภาทองในแม่น้ำลำนี้อยู่ตลอดทั้งวัน

 

 

ส่วนภาพรวมน้ำท่วม ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลงสู่ภาคกลาง พบว่าน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เริ่มทรงตัว วัดได้อัตรา 3,054 ลบ.ม./วิ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ล่าสุดวัดได้ +17.71 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ยังมีมีระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนเหนือเขื่อนใน 3 อำเภอคือ อ.เมืองชัยนาท อ.วัดสิงห์ และ อ.มโนรมย์

 

 

โดยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ต.ค. 2565 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้คง อัตราการระบายน้ำไว้ที่ 3,169 ลูกบาตรเมตรต่อวอนาที  ซึ่งเป็นอัตราการระบายที่จัดว่าเป็นเกณฑ์การระบายที่สูงสุดของปี โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้ปักธงแดง เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์วิกฤตต่อเนื่องเป็นวันที่7 การปรับอัตราการระบายน้ำในเกณฑ์นี้ ก็เพื่อรักษาสมดุลของน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน รองรับปริมาณน้ำฝนและ เพื่อชะลอน้ำเหนือไว้ในลำน้ำเหนือเขื่อน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนระดับน้ำขึ้นน้ำเริ่มทรงตัว วัดได้  17.39 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ก็ยังคงเอ่อล้นสูงกว่าตลิ่ง 105 ซ.ม. ประชาชนยังคงต้องนอนริมถนนต่อเนื่องแล้ว 2 สัปดาห์

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค