วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 05:04 น.

ภูมิภาค

เริ่มแล้ว! ฤดูการทำนาข้าวริมทะเลสาบสงขลาฝั่งจังหวัดพัทลุง

วันพฤหัสบดี ที่ 08 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 19.40 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า บริเวณแปลงนาริมทะเลสาบสงขลาฝั่งจังหวัดพัทลุง โรงเรียนวัดปากประ หมูที่ 8 ตำบลลำปำ  อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง  จัดกิจกรรมลงแขกดำนา ทำนาริมทะเล เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาทำนาริมทะเลเพื่อการท่องเที่ยว ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง โดยเจ้าหน้าที่ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมลงแขกดำนา โดยใช้ต้นกล้าปักดำลงบนดินที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบริมฝั่งซึ่งเป็นดินโคลน  ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ได้เริ่มหว่านข้าวมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ต้นกล้าโตเจริญงอกงาม พร้อมปักดำจึงได้ร่วมกันลงแขกปักดำต้นข้าว ทำนาริมทะเลกันในวันนี้ซึ่งถือว่าเป็นวันแรก “ของการเริ่มฤดูกาลทำนาข้าวริมทะเลสาบ ในปีนี้”  และวันนี้ก็ได้นำนักเรียนเรียนของโรงเรียนวัดปากประ รู้ประสบการณ์จริง จะได้ถึงภูมิปัญญาทำนาริมทะเล จะช่วยสร้างจิตสำนึกรักษ์ถิ่น พร้อมเป็นการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศริมทะเลสาบสงขลาในการทำนาริมทะเลที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะถิ่นที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ และเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนทำนาริมทะเลรวมทั้งเป็นการอนุรักษ์สิ่งดีงามที่ทรงคุณค่าสู่คนรุ่นหลังอย่างภาคภูมิและยั่งยืน
    

 

สำหรับวิถีทำนาในทะเลสาบหนึ่งเดียวของประเทศไทย โดยชาวประมงริมทะเลสาบสงขลาฝั่งจังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก คือการออกเรือหาปลา เนื่องจาก บ้านเรือนตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา คิดค้นหาวิธีการเพาะปลูกพืชในทะเลสาบ หรือริมฝั่งริมทะเลสาบ เพื่อให้มีผลผลิตเลี้ยงครอบครัว มาตั้งแต่บรรพบุรษของพวกเขา คิดค้นการทำนาข้าวในทะเลสาบโดยใช้พื้นที่ริมชายฝั่งทะเลสาบที่เป็นดินโคลนเหมาะสำหรับปลูกต้นข้าวทอดยาวตามแนวชายฝั่งเกือบ 10 กิโลเมตร มาทำการเพาะปลูกโดยแต่ละปีจะทำนาข้าวลักษณะนี้ ได้เพียงครั้งเดียวตั้งแต่ช่วงเริ่มปักดำต้นเดือนมิถุนายน และเก็บเกี่ยวปลายๆเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ท้องทะเลสาบบริเวณดังกล่าวมีความอุดมสมบรูณ์มากที่สุดในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านจึงได้ทำนาข้าวในทะเลสาบตามแนวชายฝั่งประมาณ 10  กิโลเมตร แต่ละแปลงจะทำนาจากชายฝั่งลงไปในทะเลประมาณเกือบ 30 เมตร
        

 

เหตุผลที่เลือกทำนาในช่วงเวลานี้ เป็นเพราะน้ำในทะเลสาบจะเป็นน้ำกร่อย และเป็นช่วงน้ำลงมากที่สุด หากเกินช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่ได้ผลผลิต เพราะน้ำทะเลจะหนุนสูงท่วมต้นข้าวเสียหาย สำหรับเพาะปลูกข้าวที่นี่ ต้องหาพันธุ์ข้าวที่ลำต้นแข็งแรง มีรากลึก และต้นข้าวเมื่อเจริญเติบโตแล้วต้องมีความสูง และสามารถต้านทานกับสภาพแรงลมและคลื่นขนาดเล็กที่ซัดเข้าหาฝั่งได้ ดังนั้นชาวบ้านจึงนิยมใช้พันธุ์ข้าว

 

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค