วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 04:27 น.

ภูมิภาค

ผ้าไทย “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” สนั่นเวทีงานประเพณีไหลเรือไฟ 27 ตค.นี้

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.35 น.

ขึ้นชื่อว่า “ผ้าไทย” มีมากมายหลายประเภท มีลวดลายและความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป โดยลวดลายบนผืนผ้าไทยนั้น บ่งบอกถึงภูมิปัญญาของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ และมีการพัฒนาเรื่อยมา ซึ่งการทอผ้าพื้นเมืองจัดเป็นงานศิลปหัตถกรรม สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และเอกลักษณ์ของกลุ่มชนที่สร้างสรรค์เอาไว้ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ลวดลายบนผืนผ้าเปรียบได้ดั่งงานศิลปะ ที่มีการสร้างสรรค์และแสดงแนวคิดเกี่ยวกับลวดลาย อันวิจิตรบรรจงลงไปบนผืนผ้าอย่างสวยงาม


โดยผ้าไทยใช้วัตถุดิบทั้งฝ้ายและไหม ซึ่งคุณสมบัติของเส้นใยของผ้าฝ้ายจะดูดความชื้นได้ง่าย ดังนั้นเมื่อสวมใส่ผ้าที่ทำด้วยผ้าฝ้าย จะมีความรู้สึกเย็นสบาย ส่วนผ้าไหมนั้นมีคุณสมบัติลื่นมัน และยืดหยุ่นได้ดี โดยผ้าไทย มีชื่อเรียกตามลวดลายท้องถิ่น ได้แก่ ผ้ามัดหมี่,ผ้าจก,ผ้าขิด,ผ้าแพรวา และผ้ายกดอก เป็นต้น

 


ในการนี้งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 20 - 30 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณศาลากลางฯ และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ทางจังหวัดฯ จึงได้ร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม จัดกิจกรรม “ราตรีผ้าไทยรวมน้ำใจให้กาชาด” ในงานประเพณีไหลเรือไฟฯครั้งนี้ด้วย เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ อนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าถิ่นไทยให้คงอยู่ในแผ่นดินสืบไป


โดยเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้ง ภาคราชการ ภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร เครือข่าย นักเรียน นักศึกษา รวมจำนวนกว่า 100 คู่ ร่วมการแสดงเดินแบบผ้าไทย ในวันที่ 27 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 – 20.30 น. ณ เวทีกลางหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม มีนายแบบนางแบบ อาทิ นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม ควงคู่มากับ นางสงวน จันทร์พร นายกเหล่ากาชาดฯนครพนม และหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงภาคเอกชน  พร้อมเชิญชวนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมตามกำลังศรัทธา

 


ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมได้ขับเคลื่อนการดำเนินงาน "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และมาตรการส่งเสริมสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้คำขวัญ "ชาวนครพนมภูมิใจ สวมใส่ผ้าไทยทุกวัน" อีกทั้งยังร่วมลดการใช้ถุงพลาสติก รักษาสิ่งแวดล้อม โดยเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม "ส่วนผ้าไทย ใส่ผ้าซิ่น กินข้าวกินโต" ทำให้เกิดกระแสการใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชน สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน


โดยสืบเนื่องจาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย โดยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลักในการรณรงค์เชิญชวนให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทย เพิ่มขึ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน และเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไทยในทุกโอกาส โดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และทุกจังหวัด ขับเคลื่อนส่งเสริมการใช้ผ้าไทย โดยน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมุ่งมั่นในการสืบสานงานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นสมเด็จย่าของพระองค์ท่าน ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่พระองค์ทรงเล็งเห็นส่ายังมีความยากลำบาก จึงทรงใช้พระปรีชาชาญที่ทรงศึกษาเล่าเรียนทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และด้านการออกแบบแฟชั่นดีไซน์ในต่างประเทศ พระราชทานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะหัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริมและกระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลฯ

 


กรมพัฒนาชุมชนจึงได้น้อมนำพระราชดำริ ขับเคลื่อนโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมายุครบ 36 พรรษา ด้วยการส่งเสริมพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จ.สกลนคร และโครงการสืบสานพระราชปณิธาน”นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม

หน้าแรก » ภูมิภาค