วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:36 น.

ภูมิภาค

งานไหลเรือไฟคึกคัก! นทท.แห่ชมเรือไฟโชว์เรียกน้ำย่อยก่อนวันจริง

วันเสาร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 09.06 น.

ยิ่งใกล้งานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-30 ตุลาคม 2566 รวม 11 วัน 11 คืน ก็มีบรรยากาศการท่องเที่ยว นับวันยิ่งคึกคัก สำหรับวันที่ 8 ของการจัดงานพบว่ามีประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยชาวลาว ต่างเดินทางเข้ามาในพื้นที่ เพื่อจับจองที่พัก ชื่นชมเรือไฟโชว์เป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนวันไหล(ลอย)จริงในคืนวันออกพรรษา 29 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ทุกวันจะมีการไหลเรือไฟโชว์ ความยาวประมาณ 50 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร ประดับด้วยตะเกียงไฟโบราณที่ดัดแปลงมาจากกระป๋องกาแฟ ลำละกว่า 5,000 ดวง

 


สำหรับในช่วงโค้งสุดท้าย ใกล้คืนวันออกพรรษาทางจังหวัดฯ ได้จัดไหลเรือไฟโชว์ วันละ 2 ลำ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยวันสำคัญเป็นคืนเดือนเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 คือวันที่ 29 ตุลาคม 2566 จะมีการจัดประกวดไหลเรือไฟที่ยิ่งใหญ่ รวม 12 ลำ บางลำทุ่มทุนสร้างลำหนึ่งเฉียดล้านบาท ที่สำคัญส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่คึกคัก ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของฝาก ลูกค้าเข้าไปใช้บริการแน่นกว่าวันปกตอ รวมทั้งโรงแรม ที่พักถูกจับจองเต็มข้ามปี

 


 

นอกจากนี้สิ่งที่สร้างความประทับใจ ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยชาวลาว ในทุกค่ำคืนของงานไหลเรือไฟ คงอยู่ที่กลางลำน้ำโขง โดยนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ ปลัดจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ นายกิตติวัฒน์ ปัททุม ปลัดอำเภอ ผู้บังคับกองร้อย อส.ที่ 1 นครพนม นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. จัดทำกระทงสายหรือไข่พญานาค ทำจากกะลามะพร้าว ที่ชาวบ้านร่วมบริจาค นำมาบรรจุเชื้อเพลิง จากขี้เลื่อยผสมขี้ไต้ รวมกับน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงบรรจุในกะลา จุดด้วยไฟ ปล่อยลอยตามลำน้ำโขง เป็นกระทงสายหรือชาวบ้านเรียกว่าไข่พญานาค สร้างความสวยงามตื่นตาตื่นใจ ให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมความสวยงาม วันละ 3,000-5,000 ดวง ส่วนในคืนวันออกพรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จะปล่อยมากกว่า 10,000 ดวง สามารถสร้างความสวยงามตระการตา ตลอดลำน้ำโขง เป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร

 

 

ด้าน นายวิชัยศิลป์ ภูผาคุณ อายุ 53 ปี ตัวแทนกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ที่ 1 นครพนม ทีมปล่อยกระทงสาย เปิดเผยว่าทุกปีในช่วงวันออกพรรษาไหลเรือไฟ จะร่วมแรงร่วมใจ ทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ โดยในส่วนหน้าที่ของกองร้อย อส.ที่ 1 นครพนม นอกจากจะดูแลด้านความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานหลักแล้ว หน้าที่สำคัญอีกอย่างคือนำกะลามะพร้าว ที่ชาวบ้านมาบริจาค เพื่อทำเป็นกระทงสาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไข่พญานาค บรรจุเชื้อเพลิงเพื่อจุดดวงไฟลอยไปตามแม่น้ำโขงทุกวัน วันละ 3,000-5,000 ดวง สร้างความสวยงามตระการตา อีกทั้งยังเป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บูชาแม่คงคา พญานาค ตามประเพณีความเชื่อ ถือว่าเป็นทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังความสวยงาม ที่สร้างความตื่นตาในลำน้ำโขง ช่วงงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟทุกปี ทำหน้าที่นี้มาหลายปี ยอมรับว่าภาคภูมิใจมาก ที่ได้สนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม

 

หน้าแรก » ภูมิภาค