วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:22 น.

ภูมิภาค

ผัวเมาคว้ามีดจ้วงแทงเมียดับ! แม่เผยลูกชายก้าวร้าวเพราะพี้ยา

วันอาทิตย์ ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.59 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 08.30 น. ร.ต.อ.สุเมธ ศรีหาวงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม รับแจ้งเหตุจากนายศักดา บุณนะวงษ์ กำนัน ต.ขามเฒ่า ว่า เกิดเหตุฆ่ากันตายในพื้นที่บ้านกุดข้าวปุ้น หมู่ 3 ต.ขามเฒ่า ในซอยข้างโรงเรียนบ้านกุดข้าวปุ้น หลังมหาวิทยาลัยนครพนม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ เรืองมี ผกก.สภ.บ้านกลาง และชุดสืบสวน พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนครพนม (พฐ.ฯ) ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 

บ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 59/2 หมู่ 3 บ้านกุดข้าวปุ้น ลักษณะเป็นปูนชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด บริเวณหลังบ้านซึ่งเป็นห้องน้ำสร้างอยู่นอกตัวบ้าน พบศพผู้ตายเป็นหญิงนอนจมกองเลือด ทราบว่าชื่อ น.ส.อริสา ธรรมโม หรือน้องกิ๊บ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 135 หมู่ 1 บ้านหนองบัว (ด่านเก่า) ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมตรงใต้รักแร้ซ้าย 1 แห่ง และที่ลำคอด้านซ้ายมีรอยมีดปาดจนหลอดเลือดขาดเสียชีวิต โดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้
           

ส่วนมือมีดไม่ใช่ใครชื่อนายเฉลิมชัย (สงวนนามสกุล) หรือปู อายุ 29 ปี มีบ้านอยู่ตรงข้ามฝั่งถนนกับที่เกิดเหตุ และเป็นสามีของน้องกิ๊บผู้ตาย อยู่ในสภาพเมาเหล้าพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ยอมรับว่าเป็นคนฆ่าเมียตัวเองตาย โดยใช้มีดพกหรือมีดโบวี่ยาวประมาณ 20 กว่าเซนติเมตร ไล่แทงเมียในขณะนั่งถอนขนไก่อยู่ในครัวข้างบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจภายในบ้าน พบเหล้าขาวที่ดื่มพร่องไปประมาณครึ่งขวดวางอยู่บนโต๊ะ ส่วนมีดของกลางนายเฉลิมชัยโยนลงในถังขยะหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 

ในขณะเดียวกัน นายดำริ ธรรมโม อายุ 42 ปี พ่อของน้องกิ๊บได้เดินทางมาจากบ้านหนองบัว (ด่านเก่า) ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม พร้อมกับญาติๆ เห็นสภาพศพของลูกสาวถึงกับร้องไห้โฮ พอได้สติได้เล่าให้พนักงานสอบสวนฟังว่า น้องกิ๊บเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ได้มาอยู่กินกับนายเฉลิมชัย ประมาณ 2 ปีกว่า โดยไม่ได้สู่ขอตามประเพณี จนมีลูกสาววัย 1 ขวบเศษ ที่ผ่านมาลูกมักจะมีปากเสียงกับลูกเขยคนนี้ประจำ แล้วจะหอบหลานมาหาพ่อหาแม่ ไม่นานนายเฉลิมชัยก็จะตามเอารับกลับ ซึ่งการมาบ้านพ่อตาแต่ละครั้งจะโวยวายเสมอ ตนจึงคิดว่าคู่นี้คงอยู่ด้วยกันไม่นาน ต้องมีอันเลิกราในไม่ช้า แต่ไม่คาดว่าจะถึงขั้นฆ่ากันตาย
 

ทางด้าน นางนงนุช เมืองปาก อายุ 50 ปี แม่ของนายเฉลิมชัยผู้ต้องหา ยอมรับว่าลูกชายเป็นคนก้าวร้าวมาตั้งแต่วัยรุ่น ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเพราะเลิกรากับสามี หลังให้กำเนิดนายเฉลิมชัยได้ไม่กี่ปี จึงเอาลูกชายไปฝากตายายช่วยเลี้ยง ส่วนตนก็ไปทำงานหาเงินส่งมาให้ ภายหลังก็ได้ปลูกบ้านอยู่กับลูกชาย จึงรู้ว่าลูกมีนิสัยเปลี่ยนจากเดิมเพราะจากการเสพยา จนถึงขั้นทำร้ายตนอยู่เป็นประจำ เคยถือค้อนมาไล่ฆ่าตนก็บ่อย กระทั่งอยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้ ต้องไปหานอนตามบ้านญาติเพื่อหลบภัยลูกชาย ล่าสุดไปอยู่บ้านร้างปลายนา แต่ก็อยู่อย่างหวาดระแวง เพราะกลัวลูกชายคลุ้มคลั่งมาอาละวาด แม้ผู้นำชุมชนจะส่งตัวไปบำบัดยาเสพติด พอกลับออกมาก็หันไปเสพยาบ้าเหมือนเดิม
           

กระทั่งได้พาน้องกิ๊บมาอยู่ในบ้าน ก็ห้ามตนไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยว ถ้าไม่บอกให้มาอย่าย่างกรายผ่านเด็ดขาด ตนได้ยินเสียงทุบตีเมียประจำ แต่ไม่กล้าเข้าไปห้าม แม้กระทั่งญาติพี่น้องนายเฉลิมชัยก็ไปชี้หน้าด่าห้ามมายุ่งเรื่องผัวเมีย ตนเคยแอบไปบอกน้องกิ๊บหลายครั้งว่า ถ้ากลับไปบ้านแล้วอย่ากลับมาอีกนะ แต่น้องกิ๊บลูกสะใภ้ไม่ฟังกลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิมจนถูกฆ่าตาย ยอมรับตนเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้มาก
          

ด้าน นายศักดา บุณนะวงษ์ กำนัน ต.ขามเฒ่า เปิดเผยว่านายเฉลิมชัยไม่มีอาชีพแน่นอน ทำงานรับจ้างทั่วไป ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการขายซูชิ ใครจ้างก็ไปทำหมด ส่วนน้องกิ๊บก็รับจ้างอยู่ในเมืองนครพนม โดยหอบลูกสาววัยขวบเศษไปด้วย เมื่อนายเฉลิมชัยได้เงินก็จะเอาไปลงขวดเหล้าหมด พอเมาก็จะหาเรื่องตบตีเมียประจำ ตนในฐานะผู้นำชุมชนเคยมาตักเตือน ก็เงียบไปสักพักก็เอาใหม่แบบนี้เสมอ


สอบถาม นายสิทธิพงษ์ วิลไฮท์ อายุ 34 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่าอยู่กับน้าที่ป่วยติดเตียงกัน 2 คน ตอนเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ได้ขับรถสามล้อเครื่องไปเติมแก๊สในเมือง พอกลับมาเห็นรถตำรวจจอดเต็มหน้าบ้าน ก็สงสัยเขามากันทำไมเยอะแยะ จนรู้ว่ามีเหตุฆ่ากันตายตรงหน้าห้องน้ำบ้านตน คาดว่านายเฉลิมชัยคงคว้ามีดไล่แทงเมียในตอนกำลังถอนขนไก่ น้องกิ๊บจึงวิ่งข้ามถนนคอนกรีตเพื่อหนีตาย และไปทันกันที่หน้าห้องน้ำ จึงเกิดเหตุสลดดังกล่าว จากนั้นได้ยินว่านายเฉลิมชัยได้ขับรถ จยย.ไปบอกกำนันว่า”ข้อยฆ่าเมียตายแล้ว” หลังจากนี้จะนิมนต์พระมาสวดถอนวิญญาณตามความเชื่อต่อไป
           


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า ขณะเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.กุรุคุ นำรถเข้ามารับร่างน้องกิ๊บไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน นายดำริร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ เรียก “น้องกิ๊บลูกพ่อกลับบ้านเรานะ” อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่นางนงนุชแม่ย่าเอามือตบพื้นปูน ร้องไห้ฟูมฟายว่า”แม่บอกแล้วว่าอย่ามาๆ ลูกก็ไม่ฟังแม่” ฯลฯ

หน้าแรก » ภูมิภาค