วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:19 น.

ภูมิภาค

เจ้าพ่อสัมมะติให้โชค ส่งลำแสงบอกเลข 3 ตัวในกระถางธูป วันบวงสรวงสร้าง Maekhong Riwer Eye กระเป๋าตุงถ้วนหน้า

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.00 น.

สืบเนื่อง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม  ได้ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มเหศักดิ์หลักเมือง เพื่อก่อสร้างชิงช้าสวรรค์ยักษ์ หรือ แม่โขงริเวอร์อาย (Maekhong Riwer Eye)  ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ สามารถชมวิวได้ 360 องศา ด้วยขนาดความสูง 49 เมตร เทียบเท่ากับตึก 15 ชั้น โดยเป็นงบประมาณของโยธาและผังเมือง จำนวน  54.5 ล้านบาท ระยะเวลาการก่อสร้าง 240 วัน สิ้นสุดสัญญาเดือนตุลาคม 68 แต่ทางผู้รับจ้างบอกว่าจะให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 68 นี้ โดยสถานที่ก่อสร้างอยู่บริเวณด้านหลังศาลเจ้าพ่อสัมมะติ ในสวนเทิดพระเกียรติท้ายเมือง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ติดใกล้กับหมู่บ้าน 9 ชนเผ่า ถนนสวรรค์ชายโขง ริมแม่น้ำโขง และจะกลายเป็นจุดเช็คอินอีกแห่งของ จ.นครพนม

โดย อาจารย์นนท์ มนต์นาคราช พรามณ์ชื่อดังเป็นผู้ประกอบพิธี พร้อมเครื่องบวงสรวงเครื่องชุดใหญ่ และได้อธิษฐานจุดธูปเลขมงคล เสี่ยงทายขอโชคลาภ ปรากฏเป็นเลข 3 ตัวโผล่ในกระถางธูป คือ  6-5-3 ผู้ที่มาร่วมพิธีต่างนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายโพสต์ลงโซเซียล ก่อนจะนำเลขไปหาซื้อลอตเตอรี่งวดวันที่ 16 มีนาคม 68

ปรากฏว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2568 รางวัลที่ 1 เลขที่ออก 757563 ทำให้หลายคนกระเป๋าตุงไปตามๆกัน และกลายเป็นที่ฮือฮาขึ้นมาทันที เพราะก่อนจะมีการพิธีบวงสรวงในวันนั้น  มีผู้ที่มาร่วมงาน ได้ถ่ายภาพโต๊ะบวงสรวงมีลำแสงประหลาดพุ่งพาดผ่านทางมะพร้าวลงมายังพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งเป็นองค์พระประธานในพิธี แม้ตามหลักวิทยาศาสตร์จะว่าด้วยการหักเหของลำแสง แต่อย่างไรก็ตามถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการก่อสร้างชิงช้าสวรรค์ แม่โขงริเวอร์อาย จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ในอดีตบริเวณสวนเทิดพระเกียรติท้ายเมือง เดิมเป็นป่าช้าเก่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2501  นายสง่า  จันทรสาขา  ผวจ.นครพนม  ได้เป็นผู้นำชาวนครพนมล้างป่าช้า  โดยนิมนต์พระเกจิชื่อดังพระเทพสิทธาจารย์ หรือหลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพประดิษฐาราม เป็นประธานประกอบพิธีกรรม พร้อมกันนี้มีประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า พ.ศ.2329 พระบรมราชา (พรหมา) เจ้าเมืองมรุกขนคร ได้ย้ายเมืองจากบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง  ริมห้วยบังฮวก (ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ใกล้กับพระธาตุมรุกขนคร) ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพังลงมา โดยย้ายมาตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองจันทร์ (ปัจจุบันขึ้นกับ ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม)  และได้อัญเชิญดวงวิญญาณของผีหลักเมืองคือเจ้าพ่อสัมมะติ ให้มาเป็นมเหศักดิ์หลักเมือง ในพื้นที่ตั้งใหม่ และต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนนามเมืองเป็นนครพนม 
 

หน้าแรก » ภูมิภาค