วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:29 น.

ภูมิภาค

เจ้าคณะภาค 10 ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาการเปรียญ ที่วัดโนนค้อทุ่ง จ.อำนาจเจริญ

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.50 น.

พระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 10 วัดโมลีโลกยาราม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ วัดโนนค้อทุ่ง ณ.มณฑลพิธีวัดโนนค้อทุ่ง ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี พระธรรมวชิรวิสุทธิ์ พระธรรมวชิระโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 พระครูสิริสีลวัตร รักษาการเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ พระเถรานุเถระ คณะสงฆ์ และ นางฐิติวรดา เทพเสนา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ นายภัทรนันท์ บุญมานัด นายอำเภอหัวตะพาน ผู้บริหารท้องถิ่น ท้องที่ พุทธศาสนิกชน อุบาสกอุบาสิกา ชาวบ้านโนนค้อทุ่ง ชาวอำเภอหัวตะพาน ร่วมในพิธี

สำหรับวัดโนนค้อทุ่ง เป็นวัดชนิดวัดราษฎร์ สังกัดมหานิกาย ตามข้อมูลทะเบียนวัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า วัดโนนค้อทุ่ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นวัด เมื่อปีพุทธศักราช 2294 ตรงกับสมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวง แห่งกรุงศรีอยุธยา แต่หากว่าตามหลักฐานแผ่นศิลาจารึก ที่ตั้งอยู่ด้านหลังวัดโนนค้อทุ่ง จารึกอักษาย่อว่า ว.น.ส.ม.2174 ซึ่งสันนิฐานว่า น่าจะอ่านว่า วัดนี้สร้างเมื่อ 2174 จากหลักฐานดังกล่าว จึงอาจสันนิฐานได้ว่า วัดแห่งนี้มีอายุราว 394 ปี ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จึงเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ และวัดแห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่ง นามว่า “หลวงพ่อพระพุทธชินสีห์มหามงคลมุนีศาสดา” หรือ “หลวงพ่อทองดำ” สร้างมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายชั่วอายุคน ภายในหมู่บ้าน กล่าวสืบต่อกันมาว่า เกิดมาก็เห็นแล้ว เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ มีสีดำทั้งองค์ ในยามค่ำคืน คนผ่านไปมา เห็นองค์ท่านแล้วดูน่ากลัว คณะสงฆ์และชาวบ้านจึงได้ทาสีทอง ทับสีดำอีก 1 ชั้น และปิดทองคำ เป็นที่มาของพระพุทธรูป ว่า “หลวงพ่อทองคำ “ ในปัจจุบัน

อีกทั้ง ที่วัดแห่งนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าและพระอรหันธาตุ ของพระอรหันสาวกหลายองค์ ดังนั้น  คณะสงฆ์และชาวบ้านโนนค้อทุ่ง จึงมีฉันทานุมัติร่วมกัน ให้จัดงานบุญประจำปี เพื่อนมัสการ พระพุทธชินสีห์มหามงคลมุนีศาสดา(หลวงพ่อทองคำ) และพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันธาตุ ในระหว่างเดือนเมษายนของทุกปี

อีกประการหนึ่ง ทางวัดโนนค้อทุ่ง ได้มีการก่อสร้างศาลาการเปรียญกลางน้ำหลังใหม่ทดแทนศาลาการเปรียญหลังเดิมที่มีสภาพชำรุด ทรุดโทรมอย่างมาก ศาลาที่จะสร้างใหม่นี้ เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ขนาดกว้ง 23.10 เมตร ยาว 48.10 เมตร สูงตั้งแต่พื้นชั้นที่ 1 ถึงหลังคา 24 เมตร ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย ห้องพัก จำนวน 10 ห้อง มีห้องเรียน ห้องปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ 2 ห้อง ห้องสุขา จำนวน 11 ห้อง ไว้รับรองต้อนรับ พระภิกษุ สามเณร รวมถึง ผู้มาแสวงบุญหรือมาปฏิบัติธรรม โยมถืออุโบสถศีลวันพระ สามารถเข้าพักพร้อมกันได้ประมาณ 30 รูป/คน ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงใหญ่ ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมบำเพ็ญกุศลทั่วไป คาดการณ์ว่าจะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 20 – 30 ล้านบาท เพื่อเป็นสถานที่ สะดวก สบาย สงบ ร่มเย็น เหมาะแก่การบำเพ็ญบุญกุศล และเพื่อเป็นสถานที่ถวายการรับรองพระเถระ พระภิกษุ สามเณร อีกทั้ง เพื่อเป็นสถานที่พักค้างแรม ของผู้แสวงบุญและมาปฏิบัติธรรมของอุบาสก อุบาสิกา ผู้มาถือศีลอุโบสถ ในช่วงเข้าพรรษาและเป็นสถานที่ประดิษฐานและเป็นแหล่งเรียนรู้พุทธศิลปะ  สถาปัตยกรรม ทางพระพุทธศาสนา เพื่อก่อให้เกิดเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณี อันดีงาม เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ สำนึกรักบ้านเกิดของชุมชนในหมู่บ้าน คณะสงฆ์และชาวบ้านโนนค้อทุ่ง จึงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาการเปรียญ โดยได้รับความเมตตาอย่างสูงจากพระเดชพระคุณ พระวชิรรัตนรังษี (หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 วัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพมหานคร ให้ฤกษ์ยามในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์
 

หน้าแรก » ภูมิภาค