วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568 01:48 น.

ภูมิภาค

ญาติโล่งอก! สิบเอกเดินคู่ลูกน้องเหยียบกับระเบิดแค่เป็นแผลหลัง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.30 น.

อำเภอหนองกี่/ญาติทหารสิบเอก หัวหน้าชุดพาลูกน้องเดินลาดตระเวนชายแดนโล่งอก หลังทราบข่าวว่าสะเก็ดระเบิดถูกที่แผ่นหลังจุดเดียว เสียใจแทนลูกน้องที่ต้องเสียขาขวาไป 


วันที่ 28 ส.ค.68 กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณด้านทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ฝ่ายกัมพูชาลอบบวางไว้ ระหว่างที่ทหารชุดทหารไทยกำลังปฏิบัติภาระกิจลาดตระเวนตามเส้นทางที่ปฏิบัติประจำวัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 68 เวลา 15.45 น.

 


ส่งผลให้พลทหารอดิศร ป้อมกลาง สังกัด ร.23พัน.1 ได้รับบาดเจ็บขาขวาท่อนล่างขาด ,พลทหารธรรณ์ณธร เท่ากระโทก ร้อย.อวบ.ที่ 1สนามร้อย .ร.221 มว.3 บาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย และจ่าสิบเอกณัฐพงศ์ สีชิน สังกัด ร้อย.อวบ.ที่2 สนามร้อย .ร.221 มว.3 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณแผ่นหลังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย


ในเวลาต่อมาศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ โดย พันเอกศิวะ หว่างอากาศ โฆษกศูนย์ TMFAC ได้ออกแถลงการณ์ว่า กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 6 และเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดหลังจากฝ่ายไทยและพัมพูชาได้มีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันจากที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(GBC)ไทย-กัมพูชา 

 


ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้ออกเป็นแถลงการณ์ว่าการกระทำของฝ่ายกัมพูชาในครั้งนี้ ปรากฏชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงจงใจละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ถือเป็นการลอบโจมตีกำลังพลฝ่ายไทยด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมคุกคามฝ่ายไทยและรุกล้ำอณาเขตของไทยอย่างชัดเจน


ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาว่าแสดงออกถึงความไม่จริงใจในการป้องกันแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างประเทศทั้งสอง และเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำไปสู่การสร้างสันติภาพในภูมิภาค รวมทั้งเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อทุกประเด็นที่กัมพูชาเคยให้คำมั่นต่อประชาคมโลกในทุกรอบเวทีประชุมต่างๆที่ผ่านมา

 


ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของจ่าสิบเอกณัฐพงศ์ หรือตาล สีชิน อายุ 37 ปี ที่บ้านดอนอะราง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดที่พาลูกน้องเดินลาดตระเวน แต่ไม่พบใครอยู่บ้าน พบเพียงนางพิรุณ โยงทองหลาง อายุ54 ปี เลขที่ 99 ม 12 ต.ดอนอะราง ญาติของจ่าสิบเอกณัฐพงศ์


ส่วนนายบุญคง สีชิน อายุ 68ปี พ่อจ่าตาล ได้เดินทางไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยนางพิรุณ ได้โทรศัพท์ไปหาพ่อจ่าตาล ถึงอาการล่าสุดซึ่งนายบุญคง ได้อธิบายว่าบาดแผลไม่ใหญ่ปลอดภัยแล้ว 


นางพิรุณ เล่าว่า หลังทราบข่าวจากทางโทรทัศน์ ตกใจมากไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บแค่ไหนมีความเป็นห่วง เพฟราะจ่าตาล เป็นคนนิสัยดีชอบสนุกยกมือไหว้ชาวบ้านทุกคนที่พบหน้าเวลากลับบ้านแต่พอมาทราบว่าเจ็บไม่มากก็ดีใจ แต่เสียใจแทนลูกน้องจ่าตาลที่ต้องขาขาด

 

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค