วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:38 น.

ภูมิภาค

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาวิกฤติหนัก 3 ตำบลท่วมเต็มพื้นที่ นายกเล็กช่วยขนศพตั้งสวดที่วัด

วันเสาร์ ที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.08 น.

วันที่ 8 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ได้ระผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว จำนวน 3 ตำบล ซึ่งในบางจุดระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้ชีวิตกันด้วยความยากลำบาก ต้องออกมาอาศัยยังที่พักชั่วคราวบนถนนสายคันคลองมหาราช

สำหรับปัจจุบัน สถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,948ลบ.ม./วินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.54 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.31 เมตร/รทก. ห่างจากตลิ่ง 3 ซม. และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำลงสู่ด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,700 ลบ.ม./วินาที จึงส่งผลทำให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป มีระดับน้ำสูงขึ้น

ขณะอย่างในพื้นที่ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำท่วมนั้นยังคงคงขยายวงกว้า และมีระดับสูง บางจุดมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือเพื่อพายสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน บางรายยังคงพักอาศัยอยู่ริมถนนสายคันคลองมหาราช ส่วน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนางดำออก ภายในตัวอาคารสำนักงานมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ไม่สามารถให้บริการได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องมาตั้งเต็นท์ชั่วคราวริมถนนเพื่อให้บริการประชาชนในยามเจ็บป่วย นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลโพนางดำออกยังได้นำรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายให้กับประชาชน และจัดตั้งเจ้าหน้าที่สแตนบาย 24 ชม.หากประชาชนร้องขอความช่วยเหลือ พร้อมให้การช่วยเหลือ นายมนตรี คุ้มเขตร์ นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาล และมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ร่วมกันดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิง อายุ 64 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ส่งยังวัดไผ่ล้อม เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

นายมนตรี คุ้มเขตร์ นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก เปิดเผยว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยาได้มีการปรับการระบายน้ำมาเป็น 2,700 ลบ.ม./วินาที ก็ส่งผลทำให้คันดินที่ทำขึ้นระหว่าง ม.6 และ ม.7 เกิดการทรุดตัว จึงทำให้มวลน้ำเข้าท่วมพื้นที่ 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกหลังคาเรือน ตั้งแต่ ม.1- ม.7 เหลือเพียง ม.8 ที่อยู่นอกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วประมาณ 1,500 ครัวเรือน ซึ่งจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ชาวบ้านไม่คาดคิดว่าระดับน้ำท่วมจะสูงกว่ารอบที่ผ่านมาเพราะเห็นว่าเป็นปลายฤดูฝนแล้ว โดยทางเทศบาลตำบลโพนางดำออก ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ส่วนเรื่องของพายุคัลแมกี ที่จะเข้าประเทศไทย ยังรู้สึกวิตกกังวลใจ ว่าระดับน้ำจะท่วมเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ และหากทางเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ จะทำการปรับเพิ่มการระบายน้ำลงมา ชาวบ้านในพื้นที่ยังกังวลเช่นกันและก็ยอมรับสภาพเพราะน้ำท่วมไปแล้วแต่ก็ยังต้องเตรียมความพร้อมรับมือตลอด ซึ่งหากปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ไม่เกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที ก็อาจจะเป็นผลดีของพี่น้องชาวตำบลโพนางดำออก
 

หน้าแรก » ภูมิภาค