วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:15 น.

ภูมิภาค

จากขนมพื้นบ้านสู่โอทอป 4 ดาว ข้าวแต๋นน้ำแตงโมพัทลุง

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.03 น.

กลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านหนองปริง ตำบลนาท่อม อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง พัฒนาข้าวแต๋นน้ำแตงโมจนกลายเป็นขนมของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด โดยนำภูมิปัญญาการทำข้าวแต๋นจากภาคเหนือมาผสมผสานกับวัฒนธรรมการบริโภคน้ำแตงโมของชาวภาคใต้ ปรับสูตรและกระบวนการผลิตจนได้รสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง

 

 

กลุ่มอาชีพดังกล่าวมีผู้นำคือ มิก ชาวจังหวัดพัทลุง วัย 74 ปี ผู้ริเริ่มรวมกลุ่มแม่บ้านและชาวบ้านในชุมชน ด้วยความตั้งใจสร้างงานและรายได้ให้คนในพื้นที่ โดยใช้เงินทุนส่วนตัวบุกเบิกการผลิตข้าวแต๋นน้ำแตงโม นับเป็นกลุ่มแรกในจังหวัดพัทลุงที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เชิงพาณิชย์

จุดเริ่มต้นมาจากการทำขนมพื้นบ้านจำหน่ายควบคู่กับอาชีพกรีดยาง ต่อมาเมื่อเห็นว่าสินค้าขายได้ดี จึงเริ่มชักชวนแม่บ้านและเยาวชนที่ว่างจากงานมารวมกลุ่มผลิตขนมเพื่อสร้างรายได้เสริม กระทั่งการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น ทำให้ต้องมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่มีในท้องถิ่น ก่อนจะได้รับคำแนะนำด้านองค์ความรู้จากหน่วยงานด้านเคหกิจเกษตร จนนำไปสู่การพัฒนาข้าวแต๋นน้ำแตงโมอย่างจริงจัง

 

 

ข้าวแต๋นน้ำแตงโมของกลุ่มแม่บ้านหนองปริงมีจุดเด่นด้านรสชาติที่แตกต่าง ทั้งความหอม กรอบนุ่ม และกลิ่นเฉพาะจากน้ำอ้อยสดและน้ำแตงโม กว่าจะได้สูตรที่ลงตัวต้องใช้เวลาในการทดลอง ปรับปรุง และแก้ไขสูตรหลายครั้ง จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของชุมชน

 

 

กระบวนการผลิตเน้นคุณภาพวัตถุดิบ ข้าวเหนียวนึ่งต้องได้ความสุกพอดี ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับน้ำอ้อยสดและน้ำแตงโม แล้วอัดขึ้นรูป ตากหรืออบให้แห้ง จากนั้นนำไปทอดและราดหน้าด้วยน้ำตาลปี๊บเคี่ยว พร้อมเพิ่มหน้าธัญพืชตามสูตรเฉพาะ ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมและคงคุณภาพสม่ำเสมอ
จากช่วงเริ่มต้นที่มีกำไรเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือน ปัจจุบันข้าวแต๋นน้ำแตงโมของกลุ่มแม่บ้านสามารถสร้างรายได้รวมมากกว่าสามแสนบาทต่อเดือน ส่งผลให้สมาชิกกว่า 30 คน มีรายได้เฉลี่ยต่อคนประมาณ 8,000–10,000 บาทต่อเดือน กลายเป็นสินค้าของฝากสำคัญของจังหวัดพัทลุงที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อกลับ

 

 

 

ผลิตภัณฑ์มีให้เลือก 3 รสชาติ ได้แก่ หวาน เค็ม และธัญพืช วางจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ อาทิ เครื่องหมายฮาลาล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยมีช่องทางจำหน่ายทั้งร้านของฝาก ศูนย์โอทอป และแหล่งผลิต รวมถึงได้รับการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายจากห้างค้าปลีกในจังหวัด

 

 

ผู้นำกลุ่มระบุว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือความซื่อสัตย์ คุณภาพสินค้า ความสะอาด และความอดทนในการทำงาน ซึ่งไม่เพียงทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จัก แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค