วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:01 น.

ภูมิภาค

สมุทรสงครามอากาศเย็น ลิ้นจี่ออกดอกสะพรั่ง คาดผลผลิต 5,000 ตัน

วันศุกร์ ที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.38 น.

สภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่องช่วงนี้ ส่งผลดีต่อลิ้นจี่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะลิ้นจี่พันธุ์ค่อม ซึ่งเป็นพันธุ์ขึ้นชื่อด้านรสชาติ หวานหอม เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและนอกพื้นที่ ล่าสุดเครือข่ายเกษตรกรคาดว่าปีนี้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา หลังพบการออกดอกในหลายพื้นที่เป็นไปในทิศทางที่ดี

นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานเครือข่ายปรับปรุงคุณภาพไม้ผลจังหวัดสมุทรสงคราม นำเครือข่ายฯ ลงพื้นที่สำรวจการออกดอกของลิ้นจี่ ณ สวน 200 ปี ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา ก่อนระบุว่า อุณหภูมิในสวนช่วงกลางคืนที่ลดลงอยู่ระหว่าง 17-20 องศาเซลเซียส ติดต่อกันหลายวัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการออกดอกของลิ้นจี่ ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการอากาศเย็นในช่วงสะสมตาดอก

ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ประมาณ 5,093 ไร่ จากการสำรวจพบว่าลิ้นจี่แทงช่อดอกแล้วราว 60-70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่เหลือคาดว่าจะทยอยออกดอกในระยะถัดไป ส่งผลให้แนวโน้มผลผลิตปีนี้มีโอกาสสูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2568 ลิ้นจี่ให้ผลผลิตประมาณ 3,500 ตัน สร้างรายได้หมุนเวียนเข้าพื้นที่กว่า 400 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าลิ้นจี่จะให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน

นายชัยยันต์ ได้แนะนำให้เกษตรกรดูแลสวนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการทำความสะอาดบริเวณโคนต้นให้โปร่ง เพื่อถ่ายเทอากาศได้ดี ควบคู่กับการให้น้ำอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือพายุฝนที่อาจเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจทำให้ดอกลิ้นจี่ร่วง ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตในภาพรวม

สำหรับฤดูเก็บเกี่ยว คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมหรืออย่างช้าช่วงเทศกาลเช็งเม้งต้นเดือนเมษายน โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนเมษายน ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะผลผลิตกระจุกตัวและเสี่ยงต่อปัญหาราคาตกต่ำ

เครือข่ายฯ จึงเตรียมหารือร่วมกับเกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อวางแผนบริหารจัดการผลผลิตทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่าย การจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ และแนวคิดจัดทำ “ถนนผลไม้” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคให้เดินทางเข้ามาเลือกซื้อลิ้นจี่ถึงสวนโดยตรง โดยย้ำว่าการตลาดเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานเชิงรุก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์
 

หน้าแรก » ภูมิภาค