วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 08:56 น.

ภูมิภาค

เปิดเส้นทาง 12 คนไทยข้ามแดนช่องธรรมชาติเขาวงศ์ สมัครทำแอดมินโปกเกอร์ ก่อนถูกเขมรจับ

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

เวลา 11.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569  นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ พร้อมกำลังทหารตมตำรวจคลองใหญ่เปิดเส้นทางพาคนไทยข้ามแดนช่องธรรมชาติเขาวงศ์ ก่อนถูกเขมรจับหมด หลังข้ามได้ 400 ม. คนไทยนำพาเผยทำครั้งแรกได้ค่าหัวคนละ 6,000 บาท ส่วนคนไปเผย สมัครทำแอดมินโปกเกอร์ ส่วนพลเมืองดี ส่งคลิปให้สื่อมวลชน ขณะคนไทยกำลังลักลอบข้ามไปกัมพูชาในวันที่เกิดเหตุ

เวลา 11.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569  นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ พร้อมกำลังทหารตมตำรวจคลองใหญ่ เดินทางรับตัว 12 คนไทย ที่ด่านบ้านจามเยี่ยม จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ได้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 หลังลักลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 

หลังจากรับตัวมาแล้ว ทหารนาวิกโยธินที่ 182 ได้ตรวจค้นสัมภาระ บันทึกประวัติ ขณะที่จนท.สาธารณสุข ได้คัดกรองสุขภาพพร้อมซักประวัติทุกคน พบว่า 11 คน สุขภาพแข็งแรง ไม่มีภาวะนำพาเชื้อโรค แต่มีหญิงอายุ 44 ปี อยู่ในอาการตื่นตกใจ หวาดกลัว ตัวสั่น และพูดว่า ”ที่นี่ประเทศไทยใช่ไหม“ เบื้องต้นพบเป็นโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล (แพนิค)  ทำให้นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ ต้องเข้าไปให้กำลังใจและพูดคุยอย่างใกล้ชิด  ไม่ให้เกิดอาการหวาดกลัวจนเกินไป ก่อนที่จนท.สาธารณสุขจะพาตัวเข้าไปพักผ่อนให้แอร์เพื่อผ่อนคลาย 

นายน้อย อายุ 23 ปี ชาวตำบลคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ผู้นำพาชาวไทยทั้ง 11 คน กล่าวว่า ได้ใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณ ช่องเขาวงศ์ (ตรงข้ามแยกเขาวงศ์ อำเภอคลองใหญ่) เป็นเส้นทางหลักในการเดินเท้าลัดเลาะตามป่า เพื่อนำพาบุคคลข้ามพรมแดน โดยอ้างว่าสาเหตุที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเนื่องจากด่านพรมแดนปกติยังไม่เปิดทำการ และเส้นทางนี้มีความปลอดภัยไม่มีทุ่นระเบิด

นายน้อย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลักลอบนำพาคนข้ามไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม ทั้งหมด 2 ชุด รวม 11 คน แบ่งเป็นชุดแรก จำนวน 3 คน เวลาประมาณ 17.30 น. และชุดที่ 2 จำนวน 8 คน เวลาประมาณ 18.00 น. โดยจะอาศัยความมืดในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งตนเองทำหน้าที่เพียงพาเดินเท้าข้ามแดนไปส่งยังจุดนัดพบคือ สำนักสงฆ์เขาวง เมื่อถึงแล้วจะมีรถมารับช่วงต่อ โดยค่าตอบแทนนั้นได้รับเงินค่าจ้าง คนละ 6,000 บาท (นายจ้างจ่ายให้) ในการพาข้ามไปแดน กระทั่งถูกทหารฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว

นายน้อย ยืนยันว่า การลักลอบนำพาคนข้ามแดนไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยร่วมขบวนการ ซึ่งช่วงเวลาในการลักลอบนั้น จะอาศัยช่วงเวลาที่ทหารไม่มีทหารลาดตะเวน เพื่อหลบการตรวจจับ 

ขณะที่หญิงสาววัย 35 ปี ชาว จ.พิจิตร ให้ข้อมูลว่า อาชีพเดิมเป็นผู้ช่วยพยาบาล รายได้ไม่พอ ลาออกไปอยู่โรงงานอำเภอบางประกง รายได้ก็ยังไม่พอ ระหว่างทำงานเห็นกลุ่มหางานปอยเปต จึงเข้าไปดู และโพสต์รับสมัครแอดมินเว็บโปกเกอร์ รายได้เดือนละ 25,000 บาท จึงติดต่อสมัครไป และสายปลายทางวันเวลา ให้ไปพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งจังหวัดจันทบุรี จากนั้นมีรถมารับส่งจากโรงแรมพามาส่งในพื้นที่ โดยมีนายน้อยพาเดินข้ามแดนไป ก่อนจะถูกจับ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้คลิปจากพลเมืองดี ที่ถ่ายคลิปขณะที่นายน้อยกำลังพาตัวคนไทยข้ามฝั่งไปยังประเทศกัมพูชา ทางช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ เห็นนายน้อย(เสื้อสีส้ม) กำลังพาตัวคนไทยชุดแรก จำนวน 3 คน ไปยังปลายทางฝั่งประเทศกัมพูชา โดยหลีกเลี่ยงฐานวชีรปราการ ทหารพรานนาวิกโยธิน ที่ตั้งฐานอยู่บริเวณช่องเขาวงศ์

เดินทางรับตัว 12 คนไทย ที่ด่านบ้านจามเยี่ยม จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ได้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 หลังลักลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 

หลังจากรับตัวมาแล้ว ทหารนาวิกโยธินที่ 182 ได้ตรวจค้นสัมภาระ บันทึกประวัติ ขณะที่จนท.สาธารณสุข ได้คัดกรองสุขภาพพร้อมซักประวัติทุกคน พบว่า 11 คน สุขภาพแข็งแรง ไม่มีภาวะนำพาเชื้อโรค แต่มีหญิงอายุ 44 ปี อยู่ในอาการตื่นตกใจ หวาดกลัว ตัวสั่น และพูดว่า ”ที่นี่ประเทศไทยใช่ไหม“ เบื้องต้นพบเป็นโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล (แพนิค)  ทำให้นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ ต้องเข้าไปให้กำลังใจและพูดคุยอย่างใกล้ชิด  ไม่ให้เกิดอาการหวาดกลัวจนเกินไป ก่อนที่จนท.สาธารณสุขจะพาตัวเข้าไปพักผ่อนให้แอร์เพื่อผ่อนคลาย 

นายน้อย อายุ 23 ปี ชาวตำบลคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ผู้นำพาชาวไทยทั้ง 11 คน กล่าวว่า ได้ใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณ ช่องเขาวงศ์ (ตรงข้ามแยกเขาวงศ์ อำเภอคลองใหญ่) เป็นเส้นทางหลักในการเดินเท้าลัดเลาะตามป่า เพื่อนำพาบุคคลข้ามพรมแดน โดยอ้างว่าสาเหตุที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเนื่องจากด่านพรมแดนปกติยังไม่เปิดทำการ และเส้นทางนี้มีความปลอดภัยไม่มีทุ่นระเบิด

นายน้อย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลักลอบนำพาคนข้ามไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม ทั้งหมด 2 ชุด รวม 11 คน แบ่งเป็นชุดแรก จำนวน 3 คน เวลาประมาณ 17.30 น. และชุดที่ 2 จำนวน 8 คน เวลาประมาณ 18.00 น. โดยจะอาศัยความมืดในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งตนเองทำหน้าที่เพียงพาเดินเท้าข้ามแดนไปส่งยังจุดนัดพบคือ สำนักสงฆ์เขาวง เมื่อถึงแล้วจะมีรถมารับช่วงต่อ โดยค่าตอบแทนนั้นได้รับเงินค่าจ้าง คนละ 6,000 บาท (นายจ้างจ่ายให้) ในการพาข้ามไปแดน กระทั่งถูกทหารฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว

นายน้อย ยืนยันว่า การลักลอบนำพาคนข้ามแดนไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยร่วมขบวนการ ซึ่งช่วงเวลาในการลักลอบนั้น จะอาศัยช่วงเวลาที่ทหารไม่มีทหารลาดตะเวน เพื่อหลบการตรวจจับ 

ขณะที่หญิงสาววัย 35 ปี ชาว จ.พิจิตร ให้ข้อมูลว่า อาชีพเดิมเป็นผู้ช่วยพยาบาล รายได้ไม่พอ ลาออกไปอยู่โรงงานอำเภอบางประกง รายได้ก็ยังไม่พอ ระหว่างทำงานเห็นกลุ่มหางานปอยเปต จึงเข้าไปดู และโพสต์รับสมัครแอดมินเว็บโปกเกอร์ รายได้เดือนละ 25,000 บาท จึงติดต่อสมัครไป และสายปลายทางวันเวลา ให้ไปพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งจังหวัดจันทบุรี จากนั้นมีรถมารับส่งจากโรงแรมพามาส่งในพื้นที่ โดยมีนายน้อยพาเดินข้ามแดนไป ก่อนจะถูกจับ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้คลิปจากพลเมืองดี ที่ถ่ายคลิปขณะที่นายน้อยกำลังพาตัวคนไทยข้ามฝั่งไปยังประเทศกัมพูชา ทางช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ เห็นนายน้อย(เสื้อสีส้ม) กำลังพาตัวคนไทยชุดแรก จำนวน 3 คน ไปยังปลายทางฝั่งประเทศกัมพูชา โดยหลีกเลี่ยงฐานวชีรปราการ ทหารพรานนาวิกโยธิน ที่ตั้งฐานอยู่บริเวณช่องเขาวงศ์

หน้าแรก » ภูมิภาค