วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569 01:53 น.

ภูมิภาค

วิเคราะห์โค้งสุดท้าย 4 เขตเลือกตั้งนครพนม ฟันธงเพื่อไทยเหลือ 1 เก้าอี้ ค่ายสีน้ำเงินกวาด 3 ที่นั่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.43 น.

จังหวัดนครพนม สถิติจำนวนประชากรปี 2566 ทุกกลุ่มอายุทั้ง 12 อำเภอ มีประมาณ 714,284 คน ซึ่งในการเลือกตั้ง สส.นครพนม ปี 2566 เป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 4 เขตเลือกตั้ง

การเลือกตั้งปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิรวมทั้งจังหวัดประมาณ 397,999 คน จากผู้มีสิทธิ 458,982 คน คิดเป็นผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 86.71 โดยแยกออกเป็นเขต 1 มีผู้มาใช้สิทธิ 100,285 คน เขต 2 มี 99,905 คน เขต 3 มี 97,928 คน และเขต 4 มี 99,881 คน

ผลการเลือกตั้ง สส.นครพนมทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ปี 2566 มีดังนี้ เขต 1 ประกอบด้วยอำเภอบ้านแพง อำเภอนาทม อำเภอศรีสงคราม และอำเภอนาหว้า นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย ชนะ นางพูนสุข โพธิ์สุ พรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนน 44,712 ต่อ 33,977 ทิ้งห่าง 10,735 แต้ม

เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วยอำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน และอำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลหนองแสง ตำบลอาจสามารถ ตำบลนาราชควาย ตำบลหนองญาติ และตำบลท่าค้อ) นางมนพร เจริญศรี พรรคเพื่อไทย สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้ ด้วยการเฉือนชนะ นายศุภชัย โพธิ์สุ พรรคภูมิใจไทย 39,856 ต่อ 30,528 ห่างกัน 9,328 คะแนน

เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วยอำเภอเรณูนคร อำเภอธาตุพนม และอำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลบ้านกลาง ตำบลดงขวาง ตำบลขามเฒ่า ตำบลคำเตย ตำบลโพธิ์ตาก และตำบลนาทราย) นายแพทย์อลงกต มณีกาศ พรรคภูมิใจไทย หักปากกาเซียนกระจุยด้วยการชนะขาด ล้มแชมป์ตลอดกาล นายไพจิต ศรีวรขาน พรรคเพื่อไทย 41,738 ต่อ 28,966 ทิ้งห่างถึง 12,772 คะแนน

เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วยอำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอปลาปาก และอำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลวังตามัว ตำบลกุรุคุ และตำบลบ้านผึ้ง) ถือเป็นการต่อสู้ที่มีผู้สมัครระดับแถวหน้าลงห้ำหั่นกัน อาทิ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ พรรคไทยสร้างไทย อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  สส.บัญชีรายชื่อ และอดีต สส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย ปี 2562 นายชูกัน กุลวงษา พรรคภูมิใจไทย อดีต สส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย ปี 2554 ดร.สมชอบ นิติพจน์ พรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตนายก อบจ.นครพนม 2 สมัย

นอกจากนี้ยังมี นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ น้องชายนายอรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพยสิทธิ์ อดีต สส.นครพนม 6 สมัย ที่ลงในนามพรรคเพื่อไทย และน้องใหม่แกะกล่อง นายชาญชัย คำจำปา ที่ผันตัวมาจากนายกเทศบาลตำบลพระซอง อ.นาแก โดดลงสมัครในนามพรรคเสรีรวมไทย ผลคะแนนนายชูกันแหกด่านหินเฉือนชนะนายณพจน์ศกร ด้วยคะแนน 25,253 ต่อ 21,658 ห่างกัน 3,595 แต้ม สรุปเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่ ถิ่นคนเสื้อแดง แบ่งเก้าอี้กับพรรคภูมิใจไทย ไปพรรคละ 2 ตัว

สำหรับการเลือกตั้ง สส.นครพนม ปี 2569 นี้ ข้อมูลประชากรยังไม่มีตัวเลขทางการ แต่ใช้แนวทางฐานข้อมูลปี 2566 อาจมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้สมัคร สส.รวม 10 พรรคการเมือง นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เจ้าของเก้าอี้เดิม ต้องป้องกันแชมป์กับคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่หมูในอวย จากค่ายภูมิใจไทย คือ ขวัญ-นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ อดีตนายก อบจ.นครพนม เพราะคู่ชิงรายนี้นอกจากอายุเพิ่งแตะเลข 4 มีดีกรีจบปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน ผลงานก่อนเป็นนายก อบจ.ฯ ธรรมดาซะที่ไหน

เช่น อดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีระกูล บิดาของนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี,อดีตเลขานุการ รมช.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี และเลขานุการ รมว.วัฒนธรรม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในปัจจุบัน

เขตเลือกตั้งที่ 1 เทียบฟอร์มแล้วน้องขวัญ มีความสดใหม่เหมือนอยู่ในฟาร์ม ทั้งมารยาท พูดจาไพเราะ ฉะฉาน และความเป็นกันเอง ที่สำคัญมีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ใครเห็นก็ต้องหลงรัก ซึ่งผลโพลหลายสำนักออกมาในทิศทางเดียวกันว่า มีคะแนนเหลื่อมแชมป์เก่าอยู่

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 มี 10 พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงชิงชัย โดยมีนางมนพร เจริญศรี อดีต สส.นครพนมเขต 2 และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถูกตั้งให้เป็นแม่ทัพดูแลผู้สมัครภาคอีสานตอนกลาง  ซึ่งนางมนพรได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.นครพนม สมัยแรกเมื่อปี 2554 ในนามพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนน 53,739 ชนะนายอารมณ์ เวียงด้าน ค่ายภูมิใจไทยที่ได้มา 25,758 คะแนน

ต่อมาได้มีการเว้นวรรคการเลือกตั้งทั่วประเทศ เนื่องจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้ารัฐประหาร หลังเกิดวิกฤตการเมืองเมื่อเดือนตุลาคม 2556 เป็นต้นมา โดยมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา

จวบถึงวันที่ 24 มีนาคม 2562 ได้มีการประกาศเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป นางมนพรก็เอาชนะนางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ไปด้วยคะแนน 39,534 ต่อ 21,984 ได้เป็น สส.นครพนมสมัยที่สอง และสมัยที่สามนางมนพรต้องขับเคี่ยวกับนายศุภชัย โพธิ์สุ พรรคภูมิใจไทย ที่ย้ายข้ามเขตจากเขต 1 มาลงเขต 2 ก็เฉือนเอาชนะนายศุภชัยไปได้ ก่อนจะได้รับความไว้วางใจจากผู้มากบารมี ได้เป็น รมช.คมนาคม

เลือกตั้งครั้งนี้นางมนพร ต้องป้องกันแชมป์กับนายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตคนที่เคยอยู่ร่วมสำนักเดียวกัน เซียนการเมืองมองว่านางมนพรคงเข้าวินสบาย เพราะมีฐานเสียงแน่นกว่า แม้ช่วงดำรงตำแหน่งเป็น รมช.คมนาคม จะมีผลงานไม่เท่าไหร่ แต่ที่ประชาชนมองเห็นโดดเด่นมากสุด ก็คือเป็นเงาตามตัวอุ๊งอิงค์-นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จนมีคำพูดว่าเห็นอุ๊งอิงค์ที่ไหน ต้องเห็นนางมนพรที่นั่น

เซียนการเมืองก็ยังมั่นใจว่านางมนพร ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ แต่คะแนนอาจจะลดน้อยลง ผลมาจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินก่อนเข้ารับตำแหน่ง รมช.คมนาคม ที่มีไม่ถึงหมื่นบาท ผนวกกับผลงานที่ผ่านมายังไม่ตอบโจทย์

เขตเลือกตั้งที่ 3 มีพรรคการเมืองส่งผู้ลงสมัครรวม 9 พรรค นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ค่ายสีน้ำเงินภูมิใจไทย เป็นเจ้าของเก้าอี้ มีคู่แข่งจากค่ายสีแดงนายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ที่นางมนพรหมายมั่นปั้นมือ เข้ายึดหัวหาดเขตเลือกตั้งที่ 3  แม้ผ่านพรรษาเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม (ส.อบจ.ฯ) พอได้เป็นสมัยที่สองเพียงมากี่เดือน ก็หอมกลิ่นการเมืองสนามใหญ่ขึ้นมากะทันหัน

ส่องกล้องแล้วเขตนี้เหมือนมวยรุ่นพินเวท น้ำหนักประมาณ 45 กิโลกรัม  ท้าชิงกับรุ่นใหญ่เฮฟวี่เวทยังไงอย่างนั้น เพราะพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 ครอบคลุมอำเภอเรณูนคร อำเภอธาตุพนม และอำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลบ้านกลาง ตำบลดงขวาง ตำบลขามเฒ่า ตำบลคำเตย ตำบลโพธิ์ตาก และตำบลนาทราย) ไม่เหมือนการเป็น ส.อบจ.นครพนม ที่มีพื้นที่ดูแลเพียงไม่กี่หมู่บ้าน ประชาชนส่วนใหญ่จึงยังไม่รู้จักมักคุ้นผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยรายนี้มาก่อน แต่หวังอาศัยชื่อพรรคเป็นใบเบิกทางให้เดินเข้าสภา

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 มีพรรคการเมือง ส่งผู้สมัครมากถึง 11 พรรค นายชูกัน กุลวงษา พรรคภูมิใจไทย ผู้แทนไทบ้านขนานแท้ ต้องป้องกันแชมป์กับคู่ต่อสู้คนเดิม นายชาญชัย คำจำปา ถือเป็นน้องรักที่แม่ทัพใหญ่นางมนพรฟูมฟักอย่างออกหน้าออกตา ครั้งที่แล้วนายชาญชัยลาออกจากเพื่อไทย ไปอยู่กับพรรคเสรีรวมไทย เพราะนายใหญ่สายตรงให้นายณพจน์ศกรลงสมัครเขตนี้ นางมนพรจึงไม่อาจขัดคำสั่งดังกล่าวได้

ครั้งนี้นางมนพรได้ดาบอาญาสิทธิ์จากนายใหญ่ มีอำนาจในการตัดสินใจเต็มสิทธิ์ จึงกวักมือเรียกนายชาญชัยกลับมาใหม่ โดยสนับสนุนให้เป็นรองนายก อบจ.นครพนม พร้อมๆกับเขี่ยนายณพจน์ศกรออกนอกสายตา จึงถือว่านายชาญชัยมีน้ำเลี้ยงดี เชื่อมั่นในตัวแม่ทัพหวังโค่นนายชูกันแชมป์เก่า ซึ่งมีกระดูกมวยไม่ธรรมดา สไตล์พูดน้อยต่อยหนัก  

ผลโพลหลายสำนักที่ออกมาใกล้เคียงกัน พอวิเคราะห์ในการเลือกตั้ง สส.นครพนมทั้ง 4 เขต ว่า พรรคภูมิใจไทยนอกจากจากรักษาเก้าอี้เดิมทั้งเขต 3 และ 4  ไว้ได้แล้ว อาจจะทวงคืนเก้าอี้เขต 1 ที่อดีตมีนายศุภชัย โพธิ์สุ ปักธงพรรคภูมิใจไทยเป็นแห่งแรกในพื้นที่นครพนม ส่วนค่ายสีแดงเพื่อไทย อาจจะเหลือเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นฐานที่มั่นเดียวเท่านั้น ซึ่งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 69 นี้ ทัพใหญ่จากเมืองหลวง นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย จะมาปราศรัยช่วยลูกพรรคทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง  

ฟันธงพื้นที่เลือกตั้งทั้ง 4 เขต จะกลายเป็นตำบลกระสุนตก สีม่วง สีเทาปลิวว่อนแน่นอน
 

หน้าแรก » ภูมิภาค