วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 01:42 น.

ภูมิภาค

รวบโจรบุกเดี่ยวชิงทอง 26 บาท บ้านทุ่ม ขอนแก่น สารภาพหนี้นอกระบบรุมเร้า

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.06 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจกองปราบปราม เข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดังในพื้นที่ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท ก่อนหลบหนี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุเนื่องจากประสบปัญหาหนี้เงินกู้นอกระบบและขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ความคืบหน้าคดีดังกล่าว เมื่อค่ำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นำกำลังชุดสืบสวนและตำรวจกองปราบปราม เข้าควบคุมตัว นายชลธิป หรือ “เก๋” อายุ 47 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีชิงทรัพย์

 

 

คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้านทอง ห้างทองกรุงเทพเยาวราช เลขที่ 206 หมู่ 12 ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อเวลา 14.07 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยใช้เหล็กตะขอเกี่ยวสร้อยคอทองคำรูปพรรณ จำนวน 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท ก่อนวิ่งหลบหนีออกจากร้าน และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

พล.ต.ต.นพเก้า เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม และพยานบุคคล พร้อมแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่ชัด และเข้าจับกุมได้ภายใน 6 วันหลังเกิดเหตุ

ขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหากำลังทำความสะอาดร้านขายบะหมี่ในพื้นที่ตำบลบ้านหว้า เตรียมเปิดร้านตามปกติ โดยในเบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่ภายหลังยอมรับสารภาพเมื่อเผชิญพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ และยินยอมนำตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 312 บ้านเหล่าโพนทอง หมู่ 12 ตำบลบ้านหว้า

 

 

จากการตรวจค้น พบว่าสร้อยคอทองคำที่ได้จากการก่อเหตุ ถูกซุกซ่อนไว้ภายในเสาเหล็กกล่อง ขนาด 4x4 นิ้ว ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องเจียรไฟฟ้าตัดเสา ก่อนพบทองคำทั้งหมดอัดซ่อนอยู่ภายใน และปิดทับด้วยฟางข้าว จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเทา-ดำ ซึ่งใช้ก่อเหตุ โดยนำไปทิ้งลงในหนองน้ำกลางทุ่งนาในพื้นที่ตำบลบ้านหว้า ห่างจากบ้านพักประมาณ 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ประสานนักประดาน้ำจาก มูลนิธิกู้ภัยสว่างสามัคคีอุทิศ ลงค้นหา ก่อนพบและนำรถขึ้นมาได้สำเร็จ

 

 

ส่วนเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่าได้เผาทำลายทิ้งไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผล เพื่อตรวจค้นจุดทิ้งอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม รวมถึงเหล็กตะขอที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเพิ่มเติม ทราบว่า ผู้ต้องหาเดิมเป็นคนต่างพื้นที่ ก่อนมาแต่งงานและตั้งถิ่นฐานในตำบลบ้านหว้า ภายหลังแยกทางกับภรรยา ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ประกอบอาชีพพ่อค้าขายบะหมี่ แต่ประสบปัญหาหนี้สินจากเงินกู้นอกระบบจำนวนมาก จึงตัดสินใจก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการหลบหนี และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค