วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 09:43 น.

ภูมิภาค

คดีเงียบ 2 เดือน ป้าถูกทำร้ายต้องย้ายหนี

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.46 น.

อำเภอประโคนชัย ป้าวัย 60 ปี ถูกเพื่อนบ้านดักทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก ขาหัก ศีรษะแตก และแก้วหูทะลุ แม้ผู้ก่อเหตุจะเดินทางไปมอบตัวกับตำรวจแล้ว แต่คดีกลับยังไม่คืบหน้า ผ่านมากว่า 2 เดือน ผู้บาดเจ็บต้องย้ายออกจากบ้านหวั่นถูกทำร้ายซ้ำ ขณะที่ครอบครัวยังอยู่กันอย่างหวาดผวา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่งในพื้นที่ตำบลโคกมะขาม อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังมารดาถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง แต่คดีไม่คืบหน้า ทำให้ต้องพาผู้บาดเจ็บย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย และอยากให้สื่อเป็นตัวกลางช่วยติดตามให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดี

นางสุภาพร อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ระหว่างพักฟื้นที่บ้านบุตรสาวในตัวเมืองบุรีรัมย์ เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ได้ถูกนายเพิง อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ดักทำร้ายด้วยการใช้ท่อนไม้ยูคาลิปตัสฟาดจนรถล้ม ก่อนถูกทำร้ายซ้ำหลายครั้งบริเวณศีรษะและลำตัว จนหมดเรี่ยวแรง

ผู้บาดเจ็บระบุว่า ขณะเกิดเหตุพยายามเอาชีวิตรอดด้วยการนอนนิ่ง ก่อนคลานและเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในสภาพบาดเจ็บสาหัส ต่อมาแพทย์แจ้งว่ากระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่ ขาซ้ายหัก ศีรษะแตกต้องเย็บ 10 เข็ม และแก้วหูทะลุ

นางสุภาพรเชื่อว่าสาเหตุอาจมาจากปัญหาทะเลาะเรื่องแนวเขตที่ดินในอดีต ซึ่งไม่ได้พูดจากันมานานกว่าหนึ่งปี แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกทำร้ายรุนแรงเช่นนี้ ปัจจุบันไม่กล้ากลับไปอยู่บ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ เพราะผู้ก่อเหตุยังใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ตามปกติ

ด้านนางพจนีย์ อายุ 32 ปี บุตรสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ประโคนชัย และพบว่าผู้ก่อเหตุเดินทางมาที่สถานีตำรวจด้วย โดยยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัว โดยอ้างว่าไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า และไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ ทำให้ครอบครัวไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

ขณะที่นางชลิดา อายุ 44 ปี บุตรสาวอีกคน ระบุว่า เวลาผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ โดยพนักงานสอบสวนแจ้งเพียงว่าต้องรอผลตรวจทางการแพทย์ และผลการตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุ ทำให้ครอบครัวยังคงหวาดกลัว เนื่องจากมีเด็กอาศัยอยู่ในบ้าน และไม่มั่นใจในความปลอดภัย

ครอบครัวผู้บาดเจ็บจึงวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามคดีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความปลอดภัยให้กับผู้เสียหายและชุมชน

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค