วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:29 น.

ภูมิภาค

นายกคนพิการอุดรฯวอนรัฐช่วยหลานชายทำงานอิหร่านติดอยู่ในพื้นที่สู้รบ ยังไม่รู้ชะตากรรม

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.40 น.

วันที่ 14 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวพร้อมด้วย นายภาณุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ธันย์ชนก นามวงศ์ หรือ “จิ๊บ” อายุ 47 ปี นายกสมาคมรวมใจคนพิการแห่งจังหวัดอุดรธานี ขอความช่วยเหลือให้ช่วยประสานหน่วยงานรัฐนำญาติซึ่งไปทำงานที่ประเทศอิหร่านกลับประเทศไทย หลังติดอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ โดยชาวไทยรายดังกล่าวคือ นายเกรียงวุฒิ นามวงศ์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นหลานชายโดยมีคลิปที่นายเกรียงศักดิ์ถ่ายคลิปและภาพนิ่งเลี้ยงบ่อกุ้งขาวพร้อมแรงงานชาวอิหร่าน โดยท่าทางมีความสุขดี เมื่อกลางเดือนก.พ.69

น.ส.ธันย์ชนก เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลานชายถูกเพื่อนชักชวนให้ไปทำงาน “เลี้ยงกุ้ง” ที่เมืองกู๊ดแทรก ประเทศอิหร่าน โดยอ้างว่าทำงานเพียง 6 เดือน จะมีเงินเก็บกลับบ้านเป็นหลักล้านบาท ด้วยความที่หลานเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวและเพิ่งเลิกรากับภรรยามาด้วย 2-3 เดือน จึงมีความหวังว่า หากหาเงินก้อนโตเป็นล้านจะได้นำไปตั้งตัวและง้อภรรยาให้กลับมาสร้างครอบครัวกันอีกครั้ง จึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้บอกครอบครัวล่วงหน้า กระทั่งวันเดินทางขณะขึ้นเครื่องบินจึงโทรมาบอกและฝากลูกไว้ให้ญาติช่วยดูแล

อย่างไรก็ตาม ญาติยังไม่ทราบแน่ชัดว่านายเกรียงวุฒิเดินทางไปทำงานที่อิหร่านด้วยวิธีใด เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้บอกรายละเอียด เพียงทราบว่าบริษัทในอิหร่านเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารและการเดินทางให้ทั้งหมด โดยนายเกรียงวุฒิไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการเดินทางดังกล่าวผ่านขั้นตอนของกระทรวงแรงงานอย่างถูกต้องหรือไม่ด้วย

ทั้งนี้น้องชายเดินทางไปทำงานได้ประมาณ 2 เดือน ช่วงแรกยังติดต่อมาเป็นระยะ โดยบอกว่าสถานที่ทำงานอยู่ห่างจากตัวเมืองและไม่น่าจะมีอันตราย แต่เมื่อสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น นายเกรียงวุฒิได้โทรมาหาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ บอกว่ามีทหารเข้าไปตั้งฐานอยู่ใกล้บริเวณฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง จนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด “หลานบอกกับหนูว่า ‘ผมเกือบตายแล้ว ช่วยหาทางพาผมกลับบ้านที’ ฟังแล้วหัวใจคนเป็นอาแทบสลาย” นางสาวธัญชนกกล่าวพร้อมเสียงสะอื้น

น.ส.ธันย์ชนก เล่าต่อว่า การช่วยเหลือยังมีอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากในประเทศอิหร่านไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยโดยตรง หากจะเดินทางไปติดต่อสถานทูตไทยในประเทศตุรกีต้องใช้เวลาถึง 3 วัน แต่หากเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศปากีสถานจะใช้เวลาเพียงประมาณ 8 ชั่วโมง จึงพยายามหาช่องทางติดต่อสถานทูตไทยในปากีสถานเพื่อขอความช่วยเหลือ

และจากการตรวจสอบพบว่ามีคนไทยติดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างน้อย 6 คน โดยยืนยันว่าเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี อย่างน้อย 2-3 คน ได้แก่ นายภุชงศ์ เวศศิริ, นายณัฐชัย เฉลิมพุทธ และนายเกรียงวุฒิ นามวงศ์ ขณะนี้สามารถติดต่อรวมกลุ่มกันได้เพียง 3 คน ส่วนอีก 3 คนยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากสัญญาณสื่อสารขาดหายเป็นระยะ ที่น่าเป็นห่วงคือ ย่าของนายเกรียงวุฒิ อายุ 88 ปี ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูหลานมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเขาเป็นเด็กกำพร้า ยังไม่ทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะญาติพี่น้องเกรงว่าหากทราบข่าวว่าหลานติดอยู่ในพื้นที่สู้รบ อาจเกิดความเครียดจนกระทบต่อสุขภาพ

“หนูนอนไม่หลับทุกคืน พอนึกถึงเสียงปืนเสียงระเบิดที่หลานเล่าให้ฟังแล้วมันสะเทือนใจมาก จึงอยากวอนขอความเมตตาจากนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกรมแรงงาน ช่วยประสานนำคนไทยกลุ่มนี้กลับประเทศอย่างปลอดภัย” น.ส.ธัญชนก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการนำรายชื่อแรงงานทั้ง 3 คน ไปให้หน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบในระบบของ กรมการจัดหางาน พบว่า ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในระบบการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้คาดว่าแรงงานกลุ่มดังกล่าวอาจเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ผ่านการดำเนินการของภาครัฐก็เป็นได้

หน้าแรก » ภูมิภาค