ภูมิภาค
นักธรณีเข็นงานวิจัย ชี้จุดแหล่งพลังงานไทย แอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิก ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วันที่ 18 มี.ค.69 เวลา 12.30 น. นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ นักธรณีวิทยาโครงสร้างชาว จ.ฉะเชิงเทรา อดีตวิศวกรปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน และยังเคยเป็นนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตุและสงสัยผ่านทางสื่อโซเชียล หลังจากที่ได้ออกมาเคลื่อนไหวผลักดันขอให้ฝ่ายการเมืองช่วยขับเคลื่อนเร่งการสำรวจตามหาโครงสร้างแอ่งตะกอนปิโตรเลียมยุคมีโซโซอิกราว 100-200 ล้านปีในทางธรณีวิทยาโซนภาคกลาง ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจในประเทศไทยมาก่อนว่า
การค้นพบข้อมูลนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ตนได้ศึกษาจบในระดับปริญญาตรี สาขาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ได้ไปทำงานอยู่บนแท่นขุดเจาะน้ำของบริษัทสัญชาติอเมริกันแห่งหนึ่ง ซึ่งให้บริการในการขุดเจาะน้ำมันให้แก่บริษัทผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ของไทย และบริษัทสัญชาติอเมริกาอีก 1 บริษัทรวมเวลา 14 ปี และเมื่อได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นระดับหัวหน้าฝ่ายแล้ว จึงมีเวลาได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในสาขาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อจนจบ
จึงมีโอกาสค้นพบข้อมูลสำคัญโดยบังเอิญ เกี่ยวกับโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ไม่เคยถูกพูดถึงกันมาก่อนในพื้นที่ภาคกลางของไทย และทำให้ได้ติดตามศึกษาต่อ จนได้มีโอกาสเข้าไปทำงานวิจัยกับการสำรวจก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทางภาคอีสาน และเข้าใจถึงระบบของปิโตรเลียม การสำรวจหินในหินยุคเก่า และได้ตามข้อมูลด้วยความสนใจเกี่ยวกับการสำรวจปิโตรเลียมในหินยุคเก่ามาโดยตลอด เมื่อได้ทำการศึกษาแล้วพบว่าตัวหินมีโซโซอิก อายุ 100-200 ล้านปีนั้นเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่
เนื่องจากมีความเหมาะสมทางด้านของพื้นที่กักเก็บที่ให้ปริมาณปิโตรเลียมสูง จากการที่เป็นแอ่งสะสมตัวของตะกอนทะเล ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำมีปริมาณสูงกว่าสิ่งมีชีวิตในทางน้ำบนบก และข้อพิเศษนั้น คือ ตัวของยุคมีโซโซอิกนั้น จะโดนแรงกระทำจากแผ่นเปลือกโลกที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ้าง แต่ไม่มากเหมือนกับยุคของพาลีโอโซอิกในภาคอีสาน และเมื่อถูกแรงกระทำไม่เยอะมากจึงทำให้มีรอยแตกที่พอสมควรที่สามารถทำให้ปิโตรเลียมไปกักเก็บได้ในปริมาณที่สูงกว่า และสูงกว่าที่เราเคยสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในปัจจุบันนี้ ที่ได้จากแอ่งตะกอนกักเก็บอยู่ในรูพรุนของหินที่มีขนาดเล็ก
มีหลักฐานจากแนวรอยเลื่อนที่เกิดจากแรงดึงออก ทางทิศตะวันออกและตะวันตก และทำให้เกิดแรงอัดในแนวบนล่าง และทำให้เกิดการทรุดตัวของแอ่งตะกอนลงมา ซึ่งมีทิศทางแรงจะคล้ายกันกับยุคซีโนโซอิก (40 ล้านปี) ที่ทำให้เกิดเป็นแอ่งตะกอนในภาคกลางเช่นเดียวกัน และยังพบหินอัคนีบาดาลในระดับตื้นที่แทรกตัวขึ้นมาตามแนวรอยแตก จึงสามารถกำหนดอายุได้ว่ามีอายุอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านปี อีกทั้งยังสอดรับกันกับโครงสร้างในทางภาคอีสาน แต่จะกลับกันไปในอีกทิศทางหนึ่ง ที่มีการสำรวจกันจนทั่วและทราบแล้วว่าเป็นโครงสร้างอะไรบ้าง
แต่ในส่วนของแอ่งภาคกลางเป็นโครงสร้างอีกทิศทางหนึ่งและยังไม่มีใครศึกษา จึงยังไม่มีใครพูดถึง จากการที่แอ่งตะกอนในยุคที่เก่ากว่า 100-200 ล้านปี เกิดกระบวนการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก จนทำให้เกิดรอยแตกและทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ ที่จะเป็นแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมที่ดีมากๆ แตกต่างจากโครงสร้างที่มีอายุน้อยกว่า (40 ล้านปี) ที่เราสำรวจในปัจจุบัน ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่เกิดจากการที่ปิโตรเลียมเข้ามาสะสมตัวในช่องว่างของตะกอน จึงทำให้มีปริมาณปิโตรเลียมในแหล่งกักเก็บน้อย และทำให้เราต้องขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุน
สุดท้ายแล้วนักธรณีวิทยาจะทำงานหนักอย่างไร หรือจะอดหลับอดนอนเพียงใด ก็จะไม่สามารถที่จะผลิตน้ำมันได้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศเรามีปิโตรเลียมที่เพียงพอได้ คือ เราต้องเปลี่ยนรูปแบบของการสำรวจไปสู่ยุคที่เก่าขึ้น เพื่อให้สามารถที่จะพบปิโตรเลียมที่มีปริมาณสูงขึ้นในรอยแตกของเปลือกโลก ขณะที่แหล่งปิโตรเลียมในภาคอีสานนั้น เคยผ่านกระบวนการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมาในหลายยุค จึงทำให้เกิดรอยแตกหลายยุค ส่งผลทำให้การสะสมตัวหรือการกักเก็บของปิโตรเลียมไม่ดีพอ แม้จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากตะกอนทะเล แต่ศักยภาพของพื้นที่มีน้อย เนื่องจากมีอายุเก่าเกินไปและทำให้มีรอยแตกเยอะมากเกินไป
แตกต่างไปจากยุคมีโซโซอิกที่ถูกแรงกระทำจากเปลือกโลกไม่เยอะมากเท่ากับยุคพาลีโอโซอิก อายุราว 250-300 ล้านในภาคอีสาน จากการถูกแรงกระทำเพียงเล็กน้อยจึงทำให้เกิดรอยแตกของหินที่มีขนาดพอเหมาะพอควร ที่สามารถกักเก็บปิโตรเลียมเป็นแหล่งขนาดใหญ่ได้ และจะมีพื้นที่ที่มีศักยภาพทางปิโตรเลียมมาก เพราะไม่ผ่านกระบวนการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกในหลายยุคเหมือนกับแหล่งปิโตรเลียมยุคเก่าในภาคอีสาน
การสำรวจปิโตรเลียมในยุคเริ่มแรกของไทยนั้น เกิดจากการที่เราพบน้ำมันไหลขึ้นมาในแอ่งฝางทางภาคเหนือของประเทศ จึงมีการตามโครงสร้างต่อและโฟกัสไปที่แอ่งตะกอนยุคซีโนโซอิก ซึ่งมีอายุราว 40 ล้านปีและตามไปจนพบในทะเลอ่าวไทย และพบในพื้นที่บนบกที่แอ่งสิริกิติ์ แอ่งวิเชียรบุรี และแอ่งสุพรรณบุรีต่อเนื่อง จึงทำให้ต้องมีการขุดเจาะหลุมเจาะเป็นจำนวนมาก เพราะแหล่งปิโตรเลียมเหล่านี้เป็นแหล่งขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นปิโตรเลียมที่อยู่ในรูพรุนของหิน จึงผลิตได้จำนวนน้อย และเป็นสาเหตุทำให้ต้องขุดเจาะกันมากถึงปีละไม่ต่ำกว่า 600-700 หลุมในประเทศไทย
ทำให้นักธรณีวิทยาที่อยู่ในวงการสำรวจปิโตรเลียมต้องทำงานกันหนักมาก เมื่อทำงานหนักมากเขาจึงไม่มีเวลาที่จะมาศึกษาเกี่ยวกับงานวิจัยทางด้านธรณีโครงสร้าง ซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญในการหาทรัพยากรรูปแบบใหม่ๆ โดยนักธรรีวิทยาปิโตรเลียมค่อนข้างจะทำงานกันเต็มที่ เนื่องจากเราต้องทำงานแข่งกับเวลาและห้ามเกิดความผิดพลาด จึงต้องโฟกัสอยู่กับงานที่ทำ และทำให้พวกเขาไม่มีเวลาที่จะไปศึกษาต่อว่าจะมีแหล่งปิโตรเลียมแหล่งใหญ่ๆ ตรงไหนอีกบ้าง และทำให้นักธรณีเหล่านั้นมองข้ามโครงสร้างของแอ่งตะกอนในยุคมีโซโซอิกไป
การที่นักธรณีวิทยาต้องทำงานหนักกันมากนั้น ไม่ใช่เพราะมีจำนวนน้อย แต่ต้องทำงานแข่งกับเวลาที่ต้องเจาะด้วยความเร็วในการลดต้นทุนให้ได้ต่ำที่สุด และสร้างผลกำไรให้กับบริษัทให้ได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งขนาดเล็ก ที่ต้องเจาะกันเป็นจำนวนมากถึงเกือบ 700 หลุมต่อปีโดยเฉลี่ย จึงทำให้มีการสำรวจเพียงเฉพาะตัวโครงสร้างที่มีอายุ 40 ล้านปีในยุคซีโนโซอิกเป็นหลัก
และด้วยข้อจำกัดของโครงสร้างในยุค 40 ล้านปี ซึ่งเป็นแอ่งตะกอนที่เราหาปิโตรเลียมจากรูพรุนของหิน จึงทำให้ผลิตได้น้อย แต่ในส่วนของยุคมีโซโซอิก หรือยุค 200 ล้านปีนั้นเป็นแอ่งตะกอนที่ถูกกระทำด้วยกระบวนการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก จึงทำให้เกิดรอยแตก ปิโตรเลียมในชั้นหินยุคนี้เราเคยพบที่ใต้แอ่งของยุคซีโนโซอิกมาแล้ว ฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะมีปิโตรเลียมแน่นอนมากขึ้น และยังมีโอกาสที่จะเป็นแอ่งกักเก็บปิโตรเลียมขนาดใหญ่ เราจึงจะหาปิโตรเลียมจากรอยแตกของหินในยุคนี้ ซึ่งจะทำให้ขนาดของแหล่งกักเก็บมีขนาดใหญ่เหมือนกับแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ทั่วโลก
และจากสถานการณ์ที่มีคนออกมาต่อแถวเติมน้ำมันกันเกือบทั่วทั้งประเทศแล้วนั้น จึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยเราจะต้องมีแหล่งปิโตรเลียมเป็นของตนเอง ลดการพึ่งพิงต่างชาติ หากเกิดมีปัญหาการสู้รบกัน ท่ามกลางสภาพปัจจุบันที่ประเทศเรายังผลิตปิโตรเลียมได้ไม่เพียงพอ จากการที่เรายังสำรวจไม่ครบทุกโครงสร้าง แต่การที่จะสำรวจและมีโอกาสที่จะทำให้สำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยนโยบายจากทางฝ่ายการเมือง ในการเร่งนำงบประมาณเข้ามาส่งเสริมการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมให้ครบทุกโครงสร้าง หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว
ภาพสะท้อนของประเทศไทยในขณะนี้ คือ เราผลิตปิโตรเลียมได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ทำให้ประชาชนรับรู้ว่าเราไม่มีความมั่นคงต่อศักยภาพในการผลิตปิโตรเลียม จึงเกิดความหวาดหวั่นและวิตกมาก เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกลาง และ ปชช. ยังรับรู้ว่าเราต้องนำเข้าปิโตรเลียมโดยเฉพาะจากตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เกิดความตื่นตระหนกเพราะกลัวจะไม่มีพลังงานใช้
แต่หากถ้าเรามีแหล่งพลังงานเป็นของตนเอง เราจะมีความมั่นคงในเรื่องของพลังงานในประเทศมากขึ้น จะเป็นต้นทุนในการพัฒนาประเทศได้อีกไม่น้อยกว่า 20 ปี หากมีการผลักดันให้มีการพิสูจน์ปิโตรเลียมให้ครบทุกโครงสร้าง เรายังมีโอกาสที่จะมีปิโตรเลียมแหล่งใหญ่เป็นของตนเอง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้สำเร็จ นายอารักษ์ กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- กวาดล้างยานรก! ทุ่งสงบุกตะครุบเอเย่นต์ ยึดยาบ้าเกือบ 2,000 เม็ด 18 มี.ค. 2569
- คลั่งยาจี้คอพยาบาล! ชิงรถหนีกลาง รพ.พัทลุง ตร.ล้อมจับยังไร้เงา 18 มี.ค. 2569
- เดือด! เตะเสยหน้าชายพิการล้มคว่ำ หลังโต้เถียงห้ามตกปลาในบ่อศูนย์ฝึกอาชีพฯ อ้างมีเจ้าของ 18 มี.ค. 2569
- สตึกวิกฤติ! น้ำมันเกลี้ยงปั๊ม ชาวบ้าน-เกษตรกรจุก 18 มี.ค. 2569
- นักธรณีเข็นงานวิจัย ชี้จุดแหล่งพลังงานไทย แอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิก ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ 18 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ประจวบฯ จัดใหญ่! งาน "สามอ่าวเล่าขาน สืบสานประวัติศาสตร์ หลายหลากวัฒนธรรม" 21:21 น.- เริ่มแล้ว เทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 นักท่องเที่ยวคึกคักชิมปูม้าแน่นหาด 21:15 น.
- สู้ชีวิตแต่พักผ่อนไม่พอ! วัยรุ่นวูบขับรถชนเสาไฟ ระหว่างไปขายโดนัท 20:35 น.
- สุพรรณฯ อ่วม! ดีเซลเกลี้ยงปั๊ม-ชาวนาเข้าคิวข้ามคืน วอนรัฐเร่งแก้ก่อนพังทั้งจังหวัด 20:24 น.
- แถลงข่าวงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกระหว่างวันที่ 1-9 เมษายน 69 20:11 น.



