วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:15 น.

ภูมิภาค

"ธีระชัย" เดือดวิกฤตน้ำมัน ทำรถบรรทุกอ้อยอัมพาตสูญวันละ 100 ล้าน จี้รัฐปล่อยผีเผาอ้อยก่อนเจ๊งยับ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.50 น.

วันที่ 18 มี.ค.69 วิกฤตพลังงานพ่นพิษหนัก นายธีระชัย แสนแก้ว นายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ และที่ปรึกษาสถาบันชาวไร่อ้อย 20 สถาบัน ออกโรงสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ขณะนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแสนสาหัสจากปัญหาราคาน้ำมันดีเซลแพงและภาวะน้ำมันขาดตลาด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวงจรการผลิตอ้อยและอุตสาหกรรมน้ำตาลทั้งระบบ

นายธีระชัย เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำมันที่หาเติมตามปั๊มได้ยากและบางแห่งจำกัดการเติมเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อคัน ทำให้รถตัดอ้อยและรถบรรทุกไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ต้องเสียเวลาไปจอดรอคิวเป็นเวลานานจนต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อ้อยค้างทุ่งและเกษตรกรไม่สามารถนำอ้อยส่งเข้าโรงงานได้ทันเวลา แม้ปัจจุบันในภาคอีสานจะมีโรงงานน้ำตาลกว่า 14-15 แห่งที่ยังเปิดหีบรอรับผลผลิตอยู่ก็ตาม สถานการณ์ที่หยุดชะงักนี้ยังทำให้แรงงานตัดอ้อยเริ่มถอดใจและทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเป็นจำนวนมาก โดยประเมินว่าความเสียหายจากอ้อยที่ไม่สามารถตัดและขนส่งเข้าโรงงานได้ตามกำหนดนั้น มีมูลค่าสูงถึงวันละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

"ตั้งแต่ทำอ้อยมา 30 กว่าปี ไม่เคยมีครั้งไหนที่ได้รับผลกระทบหนักขนาดนี้ ตอนนี้ปัญหามันซ้ำซ้อน ทั้งน้ำมันแพง เครื่องจักรทำงานไม่ได้ และฤดูกาลที่ฝนเริ่มจะตกลงมา หากรัฐบาลยังแก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้ เกษตรกรตายพ้นแน่นอน" นายธีระชัย กล่าว

นอกจากนี้ นายธีระชัย ในฐานะตัวแทนสถาบันชาวไร่อ้อย ยังได้เรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาผ่อนปรนนโยบายลดการตัดอ้อยสด โดยขอให้ "ปล่อยผี" หรืออนุญาตให้มีการเผาอ้อย (อ้อยลวก) ได้ชั่วคราวในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาลหีบอ้อย เพื่อความรวดเร็วในการจัดเก็บผลผลิตกว่า 150,000 ตันที่ยังค้างทุ่งอยู่ในความดูแลของสมาคมฯ ก่อนที่โรงงานจะปิดหีบและสร้างความเสียหายมหาศาลไปกว่านี้ พร้อมกันนี้ยังเสนอแนะให้รัฐบาลส่งเสริมนโยบาย "น้ำมันบนดิน" โดยนำพืชเกษตรอย่างอ้อยและมันสำปะหลังมาผลิตเอทานอลอย่างจริงจังตามแบบอย่างประเทศบราซิล เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศที่มีราคาสูงและควบคุมได้ยาก

ในตอนท้าย นายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ ยังได้ฝากข้อคิดเห็นถึงรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า ไม่จำเป็นต้องออกมาสร้างภาพประหยัดพลังงานด้วยการถอดสูทประหยัดไฟ แต่ควรนำความจริงมาพูดกันว่าน้ำมันในประเทศมีเพียงพอหรือไม่ และเหตุใดจึงไม่สามารถกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันให้กระจายน้ำมันสู่ปั๊มต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง พร้อมย้ำเตือนว่าหากราคาน้ำมันยังพุ่งสูงไม่หยุด ค่าครองชีพและราคาสินค้าทุกอย่างจะปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุดก็คือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนรากหญ้า เดือดร้อนแสนสาหัส น้ำมันขาดตลาดแบบนี้รึรัฐจะให้ชาวบ้านกลับไปควายไถนา

หน้าแรก » ภูมิภาค