ภูมิภาค
สมุทรสงคราม จัดใหญ่ไทยทรงดำ ถึงเวลารวมญาติ ครั้งที่ 22 กินก่อนฟ้อนแคน สานสัมพันธ์ข้ามจังหวัด งานเลิกไม่เอ่ยลา แต่ผูกพันยิ่งกว่าเดิม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
นายสมจิต จริยประเสริฐสิน นายก อบต. นางตะเคียน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า วัดใหม่บางปืน ร่วมกับ อบจ. สมุทรสงคราม และอบต.นางตะเคียน กำหนดจัดงานสืบสานวัฒนธรรมไทยทรงดำ ครั้งที่ 22 ขึ้นในวันที่ 30 เมษายนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณลานวัดใหม่บางปืน เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทยทรงดำ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ยาวนานกว่า 400 ปี โดยยังคงอัตลักษณ์ทั้งด้านการแต่งกาย ภาษา อาหาร และท่าฟ้อนรำ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มจำนวนการพักค้าง ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. มีเทศน์มหาชาติ โดยพระครูปลัดราชันย์ อริโย เวลา 16.30 น. พิธีแห่ผ้าห่มพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม (พระใหญ่) เวลา 17.30 น. รำอวยพรพุทธานุภาพ เวลา 20.30 น.รำวงรถแห่โชติรัตน์ (ยักเขียว) ส่วนวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. เริ่มประเพณี "กินก่อน ฟ้อนแคน" เวลา 19.59 น. พิธีเปิดงานไทยทรงดำ ชมศิลปวัฒนธรรม การฟ้อนแคน จากชาวไทยทรงดำ และร่วมสนุกกับรำวงขวัญใจบ้านแพ้ว คาดว่าจะมีพี่น้องชาวไทยทรงดำที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ เช่น ราชบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสาคร, นครปฐม, กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม นับพันคนร่วมงาน
นายสมจิต กล่าวเพิ่มเติมว่าสมุทรสงครามมีการจัดงานไทยทรงดำที่วัดบางปืนเพียงแห่งเดียว เนื่องจากมีชาวไทยทรงดำแท้ๆ อยู่ประมาณ 300 คน กระจายอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ดอนมะโนรา และหมู่ 1 หมู่ 6 ต.นางตะเคียน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่มีเชื้อสายผสมอาศัยอยู่ร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า “ดอนสาม” ของ ต.ดอนมะโนรา ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัดได้แก่ สมุทรสงคราม ราชบุรี และสมุทรสาคร จึงเป็นที่มาของชื่อ “ดอนสาม” การจัดงานแต่ละปี จะมีชาวไทยทรงดำจากหลายจังหวัดมาเข้าร่วมกว่า 1,000 คน
สำหรับ “กินก่อนฟ้อนแคน” ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยทรงดำมาช้านาน โดยเป็นการไปเยี่ยมเยือนบ้านญาติหรือคนรู้จักที่หมู่บ้านอื่นๆในช่วงค่ำเดือนเมษายน เพื่อพบปะพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้าน รวมทั้งการเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว เมื่อมีแขกมาเยือน เจ้าบ้านก็จัดอาหารเลี้ยงต้อนรับ พร้อมมีกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น การละเล่น “โยนลูกช่วง” และการฟ้อนแคน ซึ่งถือเป็นโอกาสให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จักกัน
และอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ “การจากกันไม่ลา” ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวไทยทรงดำ เมื่อจบงานแล้ว ผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับโดยไม่กล่าวคำลากัน เพราะเชื่อว่าการลากันจะเป็นลางร้าย จึงเลือกที่จะจากกันแบบเงียบ ๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าจะได้กลับมาพบกันอีก ส่วนเครื่องแต่งกายก็ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะ “ผ้าสไบ” หรือผ้าคล้องคอ ซึ่งสีของผ้าจะบ่งบอกถึงถิ่นที่มา หรือหมู่บ้านของผู้สวมใส่ ทำให้สามารถสังเกตและรู้ได้ทันทีว่ามาจากพื้นที่ใด วัฒนธรรมของไทยทรงดำจึงเป็นเอกลักษณ์ที่มีความเฉพาะตัว และยังคงได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่ชุมชนก็ยังคงพยายามอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับกลุ่มชนชาว “ไทยทรงดำ” หรือ “ไทยโซ่ง หรือลาวโซ่ง” มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในเมืองแถงหรือแถน เป็นเมืองใหญ่ของแคว้นสิบสองจุไท ปัจจุบันคือจังหวัดเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม ชาวไทยทรงดำได้อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2321 สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี และครั้งที่สองสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ปี พ.ศ. 2378 และทรงโปรดเกล้าฯ ให้ไปตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีภูมิประเทศเป็นป่าเขาเหมือนกับถิ่นฐานเดิม ต่อมาชาวไทยทรงดำได้ย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินในที่อื่นๆ เช่น นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรีสุพรรณบุรี พิจิตร ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- ปทุมธานีจัดใหญ่ "นายกแจ๊ส" เปิดมหกรรมรอยสักนานาชาติ Irezumi War ครั้งที่ 2 22 พ.ค. 2569
- บุกทลายบ่อน “เจ้ง้อ เยาวราช” กลางโรงแรมดัง สมุทรปราการ เงินหมุนวันละ 43 ล้าน 22 พ.ค. 2569
- มรณภาพแล้ว "พระอาจารย์คิม” โดนกระบะพุ่งชนขณะเดินกลับจากบินฑบาต 22 พ.ค. 2569
- อุบลฯ มอบขาเทียมพระราชทาน ครั้งที่ 177 ช่วยผู้พิการขาขาด 22 พ.ค. 2569
- ฝนลดแต่ยังหนัก! อุตุฯ เตือนตะวันตก-ตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 22 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
“ลุงโยชน์” กลับถึงบ้านปลอดภัย สวมกอดครอบครัวหลังถูกควบคุมตัวนานเกือบเดือน 20:23 น.- บุกทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อนกลางลำปาง ลอบใช้ไฟหลวงเสียหายเดือนละกว่า 2 แสน 20:00 น.
- สืบอุบลฯ รวบ 3 ผู้ต้องหา ขนยาบ้าลอตใหญ่กว่า 5 ล้านเม็ด 19:40 น.
- สุรินทร์จัดใหญ่บวงสรวง “ปราสาทคนา” ครั้งแรก รำถวายกว่า 300 ชีวิต 16:32 น.
- ชาวบ้านบุรีรัมย์หนุน “รถพุ่มพวง” ช่วยลดค่าครองชีพ วอนรัฐทำต่อเนื่อง 16:23 น.


