วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:52 น.

ภูมิภาค

“อนุทิน” ลุยภูเก็ต สางปมบุกรุกหาดบางเทา พบเสียหายกว่า 18 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.25 น.

ภูเก็ต – วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาบุกรุกพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ป่าสงวนในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ หาดบางเทา และหาดฟรีดอม
จุดแรกที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ คือ บริเวณหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีปลัดจังหวัดภูเก็ต และผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต รายงานความคืบหน้ากรณีการบุกรุกพื้นที่ชายหาด ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2564

จากรายงานระบุว่า เดิมมีการลักลอบก่อสร้างอาคารไม้ลักษณะบาร์เบียร์และร้านอาหารรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ซึ่ง อบต.เชิงทะเล เคยเข้ารื้อถอนไปแล้ว แต่ต่อมาพบว่ามีการกลับมาก่อสร้างใหม่ โดยใช้โครงสร้างที่แข็งแรงกว่าเดิมและขยายเต็มพื้นที่ พร้อมมีการอ้างสิทธิ์ในโฉนดที่ดินบางส่วน รวมถึงได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินบางราย

 

 

ขณะนี้ อบต.เชิงทะเล ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ติดประกาศคำสั่งทางกฎหมาย เพื่อเตรียมดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ระหว่างการลงพื้นที่ มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาต้อนรับ พร้อมถือป้ายเรียกร้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ โดยหญิงสูงอายุรายหนึ่งได้เข้าสวมกอดนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวทั้งน้ำตา ขอให้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวังของชาวบ้าน

 

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้พบปะผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรง
สำหรับความคืบหน้าคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดบางเทา ขณะนี้มีการดำเนินคดีรวม 3 คดี มีผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน และร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า โดยจากการตรวจสอบพบการประกอบธุรกิจปล่อยเช่าห้องพัก ร้านอาหาร และร้านนวด รุกล้ำพื้นที่ชายหาด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 18 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้รายงานผลการปราบปรามคดีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือคดี “นอมินี” พบว่ามีการดำเนินคดีรวม 15 คดี แบ่งเป็นธุรกิจรถเช่า 6 คดี ร้านอาหาร 5 คดี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2 คดี ธุรกิจออกแบบ 1 คดี และสถานรับเลี้ยงเด็ก 1 คดี

 

 

ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติรวม 33 คน พบว่าเป็นชาวรัสเซียมากที่สุด 13 คน รองลงมาคือชาวจีน 12 คน ชาวอิสราเอล 2 คน และสัญชาติอื่นอีก 6 คน

นอกจากนี้ ตำรวจยังเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันชาวต่างชาติที่ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต รวมถึงตรวจสอบร้านเช่ารถที่ปล่อยปละละเลย โดยช่วงวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2569 สามารถจับกุมชาวต่างชาติขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตได้รวม 20,901 ราย และเฉพาะปี 2569 จับกุมแล้ว 8,625 ราย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว

 

หน้าแรก » ภูมิภาค