วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 16:04 น.

ภูมิภาค

นครพนมหอมฟุ้ง! “กันเกรา-ลีลาวดี” แข่งกลิ่นทั่วเมืองรับต้นฝน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.10 น.

นครพนม – เข้าสู่เดือนพฤษภาคม ดอกคูนสีเหลืองอร่ามริมแม่น้ำโขง บริเวณถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่บานสะพรั่งในช่วงหน้าร้อนและได้รับฉายาว่า “ดอกไม้สงกรานต์” เริ่มร่วงโรยไปตามฤดูกาล ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความหอมของ “ดอกกันเกรา” หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “ดอกมันปลา” ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม

 

 

ดอกกันเกราเป็นไม้มงคลพระราชทาน มีความหมายถึงการป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาทำอันตราย โดยเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณและพื้นที่ชุ่มน้ำ ออกดอกช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน

เนื่องจากเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม จึงพบการปลูกต้นกันเกราตามสถานที่ราชการ ริมถนน บ้านเรือน วัดวาอาราม รวมถึงสถานที่สำคัญอย่างศาลหลักเมือง และลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กชื่อดังของจังหวัด

เสน่ห์สำคัญของดอกกันเกรา คือกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอดช่วงฤดูออกดอก

 

 

ขณะเดียวกัน ดอกลีลาวดี หรือ “ดอกจำปาลาว” ที่เทศบาลเมืองนครพนมนำมาปลูกตามฟุตบาทริมแม่น้ำโขง ก็ออกดอกบานสะพรั่งเช่นกัน ทำให้ช่วงนี้ทั่วทั้งเมืองนครพนมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สองสายพันธุ์

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมานครพนมในช่วงนี้ จะได้สัมผัสบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ริมแม่น้ำโขง พร้อมสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่กลิ่นหอมจะฟุ้งกระจายชัดเจน ท่ามกลางวิวสองฝั่งไทย-ลาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Restination” หรือเมืองแห่งการพักผ่อน ที่หอการค้าจังหวัดนครพนมผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

 

 

ดร.อนุชิต สิงห์สุวรรณ นักวิชาการด้านอีสานศึกษา คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยว่า ดอกกันเกราและดอกลีลาวดี ถือเป็นพรรณไม้ที่สะท้อนฤดูกาลและอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอีสาน โดยดอกมันปลาเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนมที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ส่วนดอกลีลาวดี เป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในพิธีกรรมและการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัฒนธรรมอีสาน อีกทั้งยังนิยมปลูกตามรีสอร์ท โรงแรม และสวนสาธารณะ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย

 

 

ทั้งนี้ นครพนมในช่วงต้นฤดูฝนยังมีเสน่ห์ด้านอาหารพื้นถิ่น ทั้งเห็ดป่าและปลาแม่น้ำโขงที่เริ่มชุกชุม ถือเป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว พร้อมสัมผัสความหอมของดอกไม้ทั้งสองสายพันธุ์ ซึ่งจะมีให้ชื่นชมเพียงปีละ 3-4 เดือนเท่านั้น

 

หน้าแรก » ภูมิภาค