วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:53 น.

ภูมิภาค

“เสี่ยก้อ” ลุยกาฬสินธุ์ แก้กุ้งก้ามกรามราคาตก-วิกฤติภัยแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.19 น.

กาฬสินธุ์ – วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และ สส.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาราคากุ้งก้ามกรามตกต่ำ รวมถึงวิกฤติภัยแล้งในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรทั้งด้านต้นทุนการผลิตและการตลาด

จุดแรก คณะได้ลงพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำบ้านแสนสำราญ ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด เพื่อพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม รับฟังปัญหา และมอบปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร โดยมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

 

 

นายทำนอง แก้มสิมมาพร รองนายก อบต.นาเชือก และประธานกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามตำบลนาเชือก เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในพื้นที่ประสบปัญหากุ้งตกค้างในบ่อจำนวนมาก เนื่องจากจำหน่ายออกสู่ตลาดได้ยาก โดยเฉลี่ยแต่ละรายมีผลผลิตตกค้างประมาณ 200-300 กิโลกรัม ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำ จากเดิมกิโลกรัมละ 250 บาท เหลือเพียงประมาณ 200 บาท ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับกำลังซื้อของประชาชนลดลง ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ด้านนายวัชระพล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งการลดต้นทุนการผลิต การหาช่องทางตลาดเพิ่มเติม รวมถึงส่งเสริมการบริโภคกุ้งก้ามกรามในประเทศ พร้อมเตรียมผลักดันการจัด “มหกรรมกินกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์” ที่อำเภอยางตลาด เพื่อช่วยระบายผลผลิตและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

 

 

สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ ถือเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกว่า 1,220 ราย พื้นที่เลี้ยงกว่า 8,540 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 3,160 ตันต่อปี มูลค่ากว่า 790 ล้านบาท และได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ในนาม “กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์”

 

 

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังสะท้อนปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงเขื่อนลำปาวหยุดส่งน้ำ ส่งผลให้น้ำในบ่อกุ้งเน่าเสียและทำให้กุ้งน็อกตายจำนวนมาก เกษตรกรบางส่วนต้องเร่งจับกุ้งขายในราคาต่ำเพื่อลดความเสียหาย

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังในเขื่อนลำปาว ยังประสบปัญหาราคาปลาตกต่ำ จากเดิมกิโลกรัมละ 80-90 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 35 บาท จึงเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยหาตลาดรองรับผลผลิต รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า

 

 

ต่อมา นายวัชระพล และคณะ ได้เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมกำชับให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง รวมถึงให้ประชาชนสามารถใช้น้ำได้อย่างทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีแนวคิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้เขื่อนลำปาวพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ในอนาคต

 

หน้าแรก » ภูมิภาค