วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:29 น.

ภูมิภาค

สตง.-ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงโครงการแก้มลิงบ้านวังแตระ

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

วันที่ 12 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการก่อสร้าง “แก้มลิงบ้านวังแตระ” พร้อมอาคารประกอบ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นโครงการของชลประทานตรัง สำนักงานชลประทานที่ 16 ดำเนินการโดยโครงการชลประทานตรัง ร่วมกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ใช้งบประมาณรวม 85 ล้านบาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 และมีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 30 กันยายน 2569

ล่าสุด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภูมิภาคที่ 15 และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงภายในโครงการ หลังพบว่ามีการตั้งงบประมาณจัดซื้อน้ำมันดีเซลไว้สูงถึง 30 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งโครงการ 85 ล้านบาท หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมันมากกว่า 1 ล้านลิตร เพื่อใช้กับรถบรรทุกและเครื่องจักรกลหนักที่ปฏิบัติงานภายในโครงการ

จากการติดตามความคืบหน้าพบว่า ปัจจุบันโครงการดำเนินการมาแล้วกว่า 6 เดือน และมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 50 โดยมีการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วกว่า 5 แสนลิตร คิดเป็นงบประมาณกว่า 15 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อเพิ่มเติมอีกกว่า 5 แสนลิตร หรืออีกกว่า 15 ล้านบาท เพื่อใช้จนสิ้นสุดโครงการ

การตรวจสอบพื้นที่พบว่า ภายในโครงการมีถังเก็บน้ำมันขนาด 20,000 ลิตร จำนวน 4 ถัง สามารถรองรับน้ำมันได้รวม 80,000 ลิตรต่อครั้ง โดยปัจจุบันเหลือน้ำมันคงเหลือในถังประมาณ 60,000 ลิตร จากปริมาณน้ำมันที่จัดซื้อไปแล้วกว่า 500,000 ลิตร

ซึ่งการดำเนินการ ได้แก่ 1.ขุดลอกตะกอนดินสระเก็บน้ำภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง พร้อมขนย้าย จํานวน 14 แห่ง เพื่อปริมาณน้ำเก็บกัก 2.ก่อสร้างท่อลอดถนนชนิดท่อเหลี่ยมขนาด 2-2.00 x 2.00 ม. จํานวน 5 แห่ง 3.ก่อสร้างอาคารระบายน้ำชนิดท่อเหลี่ยมขนาด 2-2.00 x 2.00 ม. จํานวน 2 แห่ง 4.ก่อสร้างอาคารรับน้ำชนิดท่อกลมขนาด 3-1.00 ม. จํานวน 6 แห่ง 5.ก่อสร้างท่อระบายน้ำชนิดท่อกลมขนาด 4-1.00 ม. จํานวน 1 แห่ง 6.ก่อสร้างคูส่งน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดตัวยูขนาด 0.80 x 0.80 ม. ความยาวรวม 925 ม. (ส่งน้ำสนับสนุนให้สระเก็บน้ำภายในพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา) 

นายปุริมปรัชญ์ จันทร์หอม หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น จึงมีการเฝ้าระวังการจัดซื้อน้ำมันของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีการกักตุนหรือจัดซื้อในปริมาณมาก

ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้เลือกตรวจสอบหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน โดยเฉพาะส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากมีหลายโครงการดำเนินการพร้อมกัน และมีมูลค่าการจัดซื้อน้ำมันค่อนข้างสูง

สำหรับโครงการแก้มลิงบ้านวังแตระ พบว่ามีการจัดซื้อน้ำมันไปแล้วกว่า 500,000 ลิตร จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเชิงลึกว่า ปริมาณงานที่ดำเนินการสอดคล้องกับการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ รวมถึงข้อสังเกตอื่น ๆ ที่พบจากการลงพื้นที่ เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป

ด้านนายสุจินต์ อินทรัตน์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ สตง. ภูมิภาคที่ 15 กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. โดยมุ่งเน้นโครงการที่มีการจัดซื้อน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งโครงการดังกล่าวมีแผนจัดซื้อน้ำมันรวมประมาณ 1 ล้านลิตร แต่เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลให้ปริมาณการจัดซื้อในช่วงหลังลดลง แม้วงเงินงบประมาณจะยังคงเดิมที่ 30 ล้านบาท

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างดำเนินการไปแล้วเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ และมีการใช้น้ำมันไปประมาณครึ่งหนึ่งของแผน เป็นโครงการขนาดใหญ่ การเทียบเคียงปริมาณงานที่ได้ดำเนินการไปแล้วกับจำนวนน้ำมันนั้น จะต้องใช้ระยะเวลา และอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือเข้ามาดำเนินการในการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และสอบยันอีกครั้งหนึ่ง จึงยังไม่สามารถสรุปหรือให้ความเห็นถึงความผิดปกติได้ในขณะนี้

ขณะที่นายพูลศักดิ์ วงศ์สุวรรณ หัวหน้าฝ่ายเครื่องจักรกลก่อสร้างงานดินที่ 8 ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 กรมชลประทาน ระบุว่า โครงการชลประทานตรังได้ประสานขอสนับสนุนเครื่องจักรกลเข้าดำเนินงาน โดยส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 รับผิดชอบงานขุดและขนย้ายดินเพื่อก่อสร้างแก้มลิงเป็นหลัก ส่วนการประมาณราคาน้ำมันอ้างอิงจากราคาน้ำมันในช่วงเริ่มโครงการที่ประมาณลิตรละ 30 บาท และจะทยอยจัดซื้อน้ำมันเพิ่มเติม โดยให้บริษัท ปตท. ขนส่งน้ำมันมาส่งที่หน้างาน ซึ่งมีระบบถังเก็บรองรับได้ครั้งละ 80,000 ลิตร

ด้านนายอานนท์ คงนิล วิศวกรชลประทานปฏิบัติการ โครงการชลประทานตรัง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการชลประทานตรัง รับผิดชอบงานก่อสร้างท่อลอดถนน อาคารระบายน้ำ และอาคารรับน้ำคูส่งน้ำ วงเงิน 39 ล้านบาท ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 รับผิดชอบงานขุดและงานเครื่องจักรทั้งหมด วงเงิน 46 ล้านบาท โดยงบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ ยังพบว่าโครงการดังกล่าวมีการตั้งงบประมาณซื้อดินจากภายนอกเข้าไปจำนวนปริมาณประมาณ 84,000 คิว งบประมาณจำนวน 24 ล้านบาท ขณะนี้มีการเบิกจ่ายไปแล้วปริมาณกว่า 50,000 คิว ซึ่งเป็นดินที่จำนวนมาก รวมถึงมีตั้งงบประมาณการจ้างแรงงานคนจำนวน 30 คน เป็นเงิน 8.6 ล้านบาท ซึ่งในประเด็นเหล่านี้จะมีการขยายผลตรวจสอบเชิงลึก 
 

หน้าแรก » ภูมิภาค