ภูมิภาค
"สีหศักดิ์" ลุย ศอ.บต. ครั้งแรก ชู "มั่นคงควบคู่มั่งคั่ง" ดันระบบราง-ท่าเรือเชื่อมมาเลย์ เล็งรื้อระบบบูรณาการแก้ไฟใต้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อ.เมือง จ.ยะลา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) นำทีม กพต. ได้เดินทางมาร่วมประชุมหารือขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สงขลา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ และประชุมหารือ
ในที่ประชุม ได้นำเสนอเรื่องเพื่อพิจารณา 2 เรื่อง คือ การพัฒนาและยกระดับท่าอากาศยานนราธิวาสสู่มาตรฐานสากล และการเปิดจุดผ่านแดนถาวร อ.กาบัง จ.ยะลา ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้กล่าวในที่ประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รับผิดชอบดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. ภายใต้การดำเนินงานของ ศอ.บต. เนื่องจากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินงานในมิติต่างๆ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีเรื่องที่ดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จในบางเรื่อง การเดินทางมาครั้งนี้จึงต้องการรับฟังปัญหา มิติการพัฒนา ความมั่นคง ด้านการเจรจา และการยกระดับอัตลักษณ์ ความยุติธรรม ความเป็นธรรมใน จชต.ทุกมิติ
ต่อมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าประชุมร่วมกับภาคเอกชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมพูดคุย
โดยนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า ข้อเสนอเพื่อนำเรียนต่อรองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทางเทศบาลนครยะลาได้เตรียมข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ 4 ประเด็นหลัก เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย การแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน เนื่องจากพื้นที่ 3 จังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมา 3 ปีซ้อน ซึ่งความเสียหายในแต่ละปีได้ซ้ำเติมปัญหาความยากจนของครัวเรือนในพื้นที่ให้รุนแรงขึ้น และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) เสนอให้มีการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ จ.ปัตตานี สร้างสนามบินยะลา และพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อม 3 จังหวัด รวมไปถึงการเปิดด่านกาบัง จ.ยะลา เพื่อสร้างเส้นทางเชื่อมโยง ปัตตานี-ยะลา-ปีนัง (มาเลเซีย)-เมดาน (อินโดนีเซีย) ซึ่งจะทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญจากเอเชียตะวันออกไปยังตะวันออกกลางและเอเชียใต้ นอกจากนั้นการผลักดัน 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็น เขตปลอดภาษี 15 ปี
“ปัจจุบันแม้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) แต่ตัวเลขนักลงทุนจากภายนอกยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ EEC จึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็น การสร้างความแข็งแรงให้ทุนท้องถิ่น ด้วยการประกาศเขตปลอดภาษี 15 ปี เพื่อกระตุ้นให้คนนอกพื้นที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว และประเด็นที่ 4 คือ การยกระดับการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ประถมถึงอุดมศึกษา โดยเสนอให้ทุนอาจารย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศ และมีแนวคิดดึงมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศมาจับคู่พัฒนามหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น ม.มหิดล จับคู่กับ จ.ยะลา หรือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับคู่กับ จ.ปัตตานี เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็ง รองรับการแก้ปัญหาอัตราการว่างงานใน 3 จังหวัดที่ปัจจุบันพุ่งสูงที่สุดในประเทศไทย” นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ ว่า ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานเช่นเดียวกับทั่วประเทศ แต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีอุปสรรคมากกว่าคือ ต้นทุนโลจิสติกส์ที่แพงกว่า ประกอบกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นรายย่อย แข่งขันกับรายใหญ่ได้ยาก ขณะที่ภาคการเกษตรซึ่งพึ่งพายางพาราและทุเรียนเป็นหลักก็กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องส่งเสริมการวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและหาตลาดใหม่ นอกจากนั้นผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ก็ต้องยอมรับว่า ความรู้สึกไม่ปลอดภัยคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักลงทุนภายนอกไม่กล้าเข้ามา
ในเมื่อคนนอกไม่เข้ามาลงทุน เราก็ต้องกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่แข็งแรง การผลักดันเขตปลอดภาษีคือคำตอบ เพราะเมื่อคนนอกเข้ามาซื้อของ ผู้ประกอบการในพื้นที่จะมีรายได้และแข็งแรงขึ้น เมื่อกิจการขยายตัว ก็จะเกิดการจ้างงาน ซึ่งจะสามารถดูดซับแรงงานและแก้ปัญหาคนตกงานที่สูงที่สุดในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว ทิ้งท้าย
ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับฟังปัญหา เรียนรู้อุปสรรค และสร้างการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เนื่องจากปัญหาชายแดนใต้มีหลายมิติ ทั้งความมั่นคง การพัฒนา สังคม อัตลักษณ์ การศึกษา รวมถึงมิติการต่างประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย ทั้งในแง่การเจรจาสันติภาพและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกัน และศูนย์กลางของการแก้ปัญหาคือ ศอ.บต. โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เป็นผู้ดูแลนโยบาย ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีการประชุมไม่บ่อยนัก ตนจึงต้องการให้ กพต. มีการประชุมที่ถี่ขึ้น เพื่อให้เกิดเอกภาพในการกำหนดนโยบายจากส่วนกลางและขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างแท้จริง
ในด้านเศรษฐกิจ ได้เน้นย้ำแนวคิด ความมั่นคงและความมั่งคั่งต้องไปคู่กัน โดยมีภาคเอกชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ทั้งนี้ จากการรับฟังความเห็นภาคเอกชน พบว่าพื้นที่ชายแดนใต้มีศักยภาพสูง แต่การพัฒนาจะต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ โดยไม่ควรมองแยกส่วนเป็นรายจังหวัด แต่ต้องมองความเชื่อมโยงของกลุ่ม 3-5 จังหวัดชายแดนใต้เป็นภาพรวม รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสำคัญและจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยังขาดหาย โดยเฉพาะ ระบบราง และ ท่าเรือ เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมภายในภาคใต้และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายสีหศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ "คณะกรรมการพิเศษ" ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการพิเศษด้านยุทธศาสตร์และนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วนของแต่ละกระทรวง มุ่งเน้นการบูรณาการข้ามหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเปิดโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีคณะกรรมการพิเศษอีกชุดหนึ่ง ทำหน้าที่สนับสนุนกระบวนการเจรจาสันติสุข ซึ่งปัจจุบันมีผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นประธาน ทำหน้าที่ควบคู่กันไปเพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้อย่างยั่งยืน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- อุทัยธานีชู 'ส้มซ่า' ผลไม้อัตลักษณ์ แปรรูป 5 ผลิตภัณฑ์ดันท่องเที่ยว 6 ก.ย. 2569
- อุตุเตือน! ฝนตกหนักทั่วไทย ระวังน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก โดยเฉพาะอีสานตอนบน 6 ก.ย. 2569
- นศ.ป.โท ม.กาฬสินธุ์ จัดสัมมนาท่องเที่ยวสหัสขันธ์ ชู “โบสถ์กลางน้ำ” แลนด์มาร์กใหม่ 6 ก.ย. 2569
- สส.ตราด ภูมิใจไทย โต้ฝ่ายค้านยันเงินกู้ 4 แสนล้านโปร่งใส มั่นใจนายกฯ แจงซักฟอกได้ 6 ก.ย. 2569
- ลพบุรี เปิดประสบการณ์ใหม่ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผสานธรรมชาติ 6 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ปปส.บุกรวบ "ผู้ใหญ่บ้าน" ฉี่ม่วง ยอมรับใช้หอกระจายข่าวเป็นที่เสพยา 20:32 น.- แข่งขันกีฬาโรงเรียนในเครือมารีวิทย์ ประชันจ้าวสระ เฟ้นหา “เงือกน้อย-ฉลามจิ๋ว” คึกคักสนุกสนาน 19:42 น.
- ร้อนใจ! อดีตเจ้าของที่ดินสุสานยิวขอดูด้วยตา ชี้พิรุธสร้างกำแพงบังสายตาถึง 2 ชั้น 18:41 น.
- "รมว.ดีอี" ลงพื้นที่สุรินทร์ เปิดงาน AgriNext Surin ชูเทคโนโลยี AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน 18:21 น.
- นาทีชีวิต! ต้นสนขนาดใหญ่ล้มฟาดซาเล้งกลางถนนหาดนพรัตน์ธารา 2 วัยรุ่นเจ็บสาหัส 18:19 น.



