วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569 09:23 น.

ภูมิภาค

วงการมวยตรังค้านห้ามเด็กต่ำกว่า 15 ปีชก ชี้ตัดโอกาสเยาวชนยากจน

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

คนวงการมวยจังหวัดตรังออกมาคัดค้านแนวคิดควบคุมการชกมวยของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสทางกีฬาและรายได้ของเยาวชนจากครอบครัวยากจน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและพิจารณามาตรการคุ้มครองความปลอดภัยที่เหมาะสม แทนการจำกัดโอกาสของเด็ก

ภายหลังมีรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมผลักดันมาตรการควบคุมการชกมวยของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยอาจกำหนดเงื่อนไขด้านกติกาและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเพิ่มเติม ส่งผลให้หลายฝ่ายในวงการมวยออกมาแสดงความกังวล

 

 

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ค่ายมวยใหญ่เชยซีฟู้ด สวนจากคาเฟ่ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พบเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 8-14 ปี กำลังฝึกซ้อมมวยไทยอย่างเป็นระบบ ทั้งการวิ่งวอร์มร่างกาย กระโดดเชือก ฝึกความคล่องตัว และซ้อมทักษะมวยไทย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของครูมวยและผู้ปกครอง

นายนิกูล เกศริน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตำบลบ่อน้ำร้อน และเจ้าของค่ายมวยดาวรุ่งกันตังบิ๊กโฮม เปิดเผยว่า ปัจจุบันค่ายมีนักมวยเยาวชนประมาณ 12 คน อายุระหว่าง 8-14 ปี ส่วนใหญ่เป็นเด็กในชุมชนและมาจากครอบครัวยากจน โดยมีครูมวยคอยดูแลการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด พร้อมปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

“เด็กที่มาอยู่ค่ายมวยได้รับการดูแลเหมือนคนในครอบครัว การฝึกซ้อมคำนึงถึงความเหมาะสมตามวัย เด็กเล็กจะเน้นการออกกำลังกายและพัฒนาทักษะพื้นฐาน ไม่ใช่การฝึกหนักแบบนักมวยอาชีพ” นายนิกูลกล่าว

 

 

นอกจากนี้ นายนิกูลยังมองว่า หากมีการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นชกมวยโดยเด็ดขาด อาจส่งผลกระทบต่อเด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รายได้จากการชกมวยช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว พร้อมเสนอว่าควรมีมาตรการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม มากกว่าการออกข้อห้ามแบบครอบคลุมทั้งหมด

 

ด้าน ด.ต.นิติธร ผลิผล ประธานชมรมมวยไทยสมัครเล่นแห่งจังหวัดตรัง กล่าวว่า ค่ายมวยหลายแห่งในพื้นที่กำลังติดตามรายละเอียดของแนวทางดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และมีการหารือร่วมกับเครือข่ายมวยไทยในภาคใต้ เพื่อรวบรวมข้อเสนอส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง“กีฬามวยไทยช่วยส่งเสริมสุขภาพ สร้างระเบียบวินัย และทำให้เด็กใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ เด็กหลายคนไม่ได้มุ่งหวังเป็นนักมวยอาชีพ แต่เข้ามาเพื่อออกกำลังกายและพัฒนาตนเอง จึงอยากให้ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นจากคนในวงการก่อนตัดสินใจ” ด.ต.นิติธรกล่าว

ขณะที่ น.ส.พัชราวรรณ ชุมสุด อายุ 34 ปี มารดาของ ด.ช.พงศภัค จงไข่ อายุ 11 ปี นักมวยเยาวชนในค่าย เปิดเผยว่า ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา รายได้จากการชกมวยของลูกช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือช่วยให้ลูกมีวินัย ห่างไกลยาเสพติด และไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียน

 

 

เช่นเดียวกับ น.ส.สุธนิภา บุญชนะ อายุ 37 ปี มารดาของ ด.ช.ทินภัทร สังวัน อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ระบุว่า การฝึกมวยช่วยให้ลูกมีระเบียบวินัย เคารพกฎกติกา และใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์ อีกทั้งรายได้จากการขึ้นชกยังถูกเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาในอนาคต

ทั้งนี้ คนในวงการมวยจังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียงยังคงเรียกร้องให้ภาครัฐเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยที่เหมาะสมตามช่วงวัย ควบคู่กับการส่งเสริมกีฬามวยไทยในฐานะกิจกรรมสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาสและครอบครัวยากจน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค