วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:54 น.

ภูมิภาค

เปิดฉากสมรภูมิสิ่งแวดล้อม! ชาวลาดตะเคียนผวาศึกนิคมฯ เฟส 9 หวั่นปราจีนบุรีกลายเป็น "ถังขยะอุตสาหกรรม"

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.05 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี    บรรยากาศการประชุมที่เนืองแน่นไปด้วยชาวบ้านกว่า 200 ชีวิตจาก 13 หมู่บ้าน ไม่ใช่แค่การมารับฟัง แต่คือการมา “ส่งเสียงเตือน” ถึงหายนะที่อาจตามมา ทั้งปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองที่ชาวบ้านหวาดผวาว่าจะกลายเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ ตลอดจนวิกฤตจราจรที่จะแออัดด้วยรถบรรทุกหนักนับพันคัน ซึ่งนำมาซึ่งอุบัติเหตุและมลพิษทางเสียงที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขให้เบ็ดเสร็จ

 

“หากจะสร้างนิคมฯ จริง ต้องรับปากให้ได้ว่าฝุ่นและมลพิษต้องเป็นศูนย์ หากพลาดไปเพียงนิดเดียว ใครจะรับผิดชอบชีวิตคนในพื้นที่?” เสียงสะท้อนจาก นางสาวณิรชา แสนถม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ดังก้องห้องประชุม พร้อมตั้งคำถามถึง “กองทัพแรงงานต่างชาติ” ที่จะทะลักเข้าสู่ชุมชนโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน 

 

สอดคล้องกับ นายอัครเดช กัณหารี กำนันตำบลลาดตะเคียน ที่ย้ำคำถามเดิมๆ ที่ยังไร้คำตอบชัดเจนว่า “เราจะปกป้องแหล่งน้ำและอากาศที่บริสุทธิ์ของเราอย่างไร?”

 

แหล่งข่าวแจ้งว่า ขณะที่ภาพรวมของ “สวนอุตสาหกรรม 304” ถูกนำเสนอในฐานะฟันเฟืองเศรษฐกิจชั้นนำที่มีระบบไฟฟ้าไฮบริดและรองรับเทคโนโลยีระดับสูง แต่ในมุมมองด้าน “สิ่งแวดล้อม” นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดปราจีนบุรี การถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC ยิ่งทำให้ชาวบ้านต้อง “ตื่นตัว” มากกว่าเดิม เพราะคำว่าความเจริญมักจะมาพร้อมกับการรุกคืบของโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจกลืนกินพื้นที่เกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติจนไม่เหลือชิ้นดี

 

การทำประชามติในครั้งนี้   จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรมตามกระบวนการ EIA แต่คือ “หลักประกันสุดท้าย” ของประชาชนที่ต้องเลือกว่า ระหว่าง “เม็ดเงินมหาศาลของอุตสาหกรรมไฮเทค” กับ “ลมหายใจและสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน” เราจะรักษาสิ่งใดไว้ให้ลูกหลาน?

 

อย่าให้คำว่า “พัฒนา” กลายเป็นการทำลาย แม้บริษัทที่ปรึกษาจะพยายามชี้แจงความพร้อมและมาตรฐานระดับโลก แต่บทเรียนจากนิคมฯ แห่งอื่นๆ คือเครื่องพิสูจน์ว่า หากการจัดการมลพิษผิดพลาดเพียงเสี้ยวเดียว ผลกระทบจะตกอยู่กับประชาชนอย่างไม่สามารถเรียกคืนได้ 

 

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายเฟส 9 เท่านั้น ประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีจึงต้องจับตามองกระบวนการรับฟังความคิดเห็นให้เข้มข้นที่สุด อย่าให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจกลายเป็นการขุดหลุมฝังความสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่บ้านเกิด

 

ถึงเวลาที่ “เจ้าของพื้นที่” ต้องทวงคืนสิทธิในการกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง ก่อนที่ปราจีนบุรีจะกลายเป็นเพียงห้องเครื่องของ EEC ที่เต็มไปด้วยควันพิษและสารเคมีตกค้าง!

หน้าแรก » ภูมิภาค