วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 03:02 น.

ภูมิภาค

ผู้เสียหายอ้างยอมถอนแจ้งความ หวั่นแม่ไม่ปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.12 น.

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 นางสมทรง ชื่นมาก อายุ 49 ปี มารดา และนางอมรรัตน์ สีมุณี อายุ 36 ปี น้าสาวของนายสุเทพ ชื่นมาก อายุ 28 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรม โดยกล่าวอ้างว่า นายอดิศักดิ์ สินทรัพย์ กำนันตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ได้ควบคุมตัวนายสุเทพจากภายในบ้าน ก่อนเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย ใส่กุญแจมือไพล่หลัง และนำไปผูกไว้กับต้นมะม่วงหน้าบ้าน พร้อมอ้างว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเกี่ยวกับเหตุลักทรัพย์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่

ล่าสุด นางอมรรัตน์ เปิดเผยว่า ครอบครัวทราบจากพนักงานอัยการว่ามีการถอนแจ้งความในคดีดังกล่าวแล้ว ทั้งที่ตนและมารดาของนายสุเทพไม่ทราบเรื่อง จึงเดินทางไปสอบถามความคืบหน้าของคดีที่ สภ.ศรีนครินทร์ แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถเข้าตรวจดูสำนวนได้ เนื่องจากนายสุเทพบรรลุนิติภาวะแล้ว

นางอมรรัตน์กล่าวว่า นายสุเทพอ่านหนังสือไม่ออก และเคยมีประวัติเกี่ยวกับการใช้สารเสพติด จึงกังวลว่าอาจถูกชักจูงให้ลงลายมือชื่อในเอกสารถอนแจ้งความ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานในคดี จึงได้ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ด้านนายสุเทพ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่เดินทางไปถอนแจ้งความ มีตนเอง กำนัน และภรรยาของกำนันร่วมเดินทางไปยัง สภ.ศรีนครินทร์ โดยอ้างว่าระหว่างทางมีการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวน

นายสุเทพอ้างว่า เมื่อไปถึงโรงพัก ได้ให้การว่าต้องการถอนแจ้งความ และตอบคำถามของพนักงานสอบสวนตามที่ได้พูดคุยกันมาก่อน พร้อมระบุว่า ตัดสินใจยอมถอนแจ้งความเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของมารดา และเข้าใจว่าตนเองอาจต้องถูกดำเนินคดีจากคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ต้องการให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ

นายสุเทพยังอ้างว่า ได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท ภายหลังการถอนแจ้งความ แต่ยืนยันว่าเหตุผลสำคัญที่ยอมลงนามในเอกสาร เป็นเพราะความกังวลเรื่องความปลอดภัยของมารดา ไม่ใช่เพราะต้องการรับเงินดังกล่าว

นายสุเทพกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังเข้ารับการตรวจปัสสาวะตามนัดของเจ้าหน้าที่ทุก 7 วัน และผลการตรวจที่ผ่านมาไม่พบสารเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยกำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบ 30 วัน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายและครอบครัวได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งผลการดำเนินการจากหน่วยงานดังกล่าว

 

หน้าแรก » ภูมิภาค