วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:00 น.

ภูมิภาค

รวบคาคลัง! ‘ผู้ว่าฯ-ผู้การ’ นครปฐม แถลงล้างบางแก๊งค้ายา ยึดไอซ์บิ๊กบึม 38 กิโลฯ ยาบ้า อาวุธปืนอื้อ

วันเสาร์ ที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำทีมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ จำนวน 2 ราย

การจับกุมดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม สำนักงาน ป.ป.ส. ฝ่ายปกครอง และชุดปฏิบัติการพิเศษ (จามร 501) กก.สส.ภ.จว.นครปฐม โดยผู้ต้องหารายแรกคือ นายสมเจต หรือดำ อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม ถูกจับกุมพร้อมของกลางไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 92 กรัม ยาบ้า 2,002 เม็ด และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ 150 ขยายผลนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายที่ 2 คือ นายสุภพิสิษฐ์ หรือเจมส์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม พร้อมของกลางไอซ์จำนวนมากถึง 38.4 กิโลกรัม ยาบ้า 2,002 เม็ด รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี รถยนต์นิสสัน มาร์ช อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติยี่ห้อกล็อก 26 พร้อมแม็กกาซีนและเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด รวมถึงโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ

 

 

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” โดยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ได้จับกุมนายสมเจตได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่งขณะเตรียมนำไปจำหน่าย จากนั้นได้สอบสวนขยายผลจนทราบว่ามี นายสุภพิสิษฐ์ เป็นผู้จัดหาและส่งมอบยาเสพติดให้นายสมเจตนำไปปล่อยต่อก่อน แล้วนัดหมายส่งเงินคืนให้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวนายสุภพิสิษฐ์ได้พร้อมของกลางทั้งหมด

 

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน และเสพยาเสพติด” พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ นายสุภพิสิษฐ์ ในข้อหา “ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตูม และ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

 

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายมีประวัติโชกโชน เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืนมาแล้วหลายครั้ง โดยนายสมเจตเคยถูกจับคดียาเสพติดเมื่อปี 2552 และคดีอาวุธปืนเถื่อนเมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ส่วนนายสุภพิสิษฐ์มีประวัติถูกดำเนินคดีร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และคดีอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550, 2555 และ 2559 ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้

 

หน้าแรก » ภูมิภาค