วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:59 น.

ภูมิภาค

พายุ "ไมสัก" ถล่มนครพนม น้ำป่าซัดท่วมบ้านในไม่ถึง 10 นาที ดินถมสร้างบ้านหายเกลี้ยง

วันเสาร์ ที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.40 น.

นครพนม – พายุโซนร้อน "ไมสัก" ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนครพนม จนน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในอำเภอท่าอุเทนอย่างฉับพลัน บางพื้นที่น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งสุดช้ำ หลังดินที่ถมเตรียมสร้างบ้านมูลค่ากว่า 100,000 บาท ถูกกระแสน้ำพัดหายเกือบทั้งหมด

 

 

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่บ้านโพนแดงใหญ่ หมู่ 9 และบ้านม่วงไข่ หมู่ 13 ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ประสบภัย หลังได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน "ไมสัก" ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีฝนตกหนักครอบคลุมทั้ง 12 อำเภอของจังหวัด
ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า อำเภอท่าอุเทนมีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 210 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายชุมชน

นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว นายอำเภอท่าอุเทน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน หลังมีรายงานว่าหลายครัวเรือนถูกน้ำล้อม ไม่สามารถออกจากบ้านได้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือท้องแบนอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย

 

 

จ่าเอกนันทวัฒน์ อุดมนา เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน อบต.รามราช เปิดเผยว่า ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนวันที่ 3 กรกฎาคม ทำให้มีน้ำสะสมจำนวนมาก ขณะที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนมได้นำหญ้าแห้งไปสำรองไว้ช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงโคและกระบือแล้ว

นางมณีวรรณ ชนะพจน์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านโพนแดงใหญ่ เล่าว่า น้ำมาเร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ไหลเข้าท่วมบ้านจนขนย้ายทรัพย์สินไม่ทัน เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า พัดลม และเตาแก๊ส ถูกน้ำพัดกระจัดกระจาย รวมทั้งลูกไก่ที่ถูกกระแสน้ำพัดหายไป

 

 

ด้านนายแววมณี ชนะพจน์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านม่วงไข่ กล่าวว่า ดินที่ถมไว้เตรียมสร้างบ้าน มูลค่าประมาณ 100,000 บาท ถูกกระแสน้ำพัดกระจายลงทุ่งนา หลังน้ำลดคงต้องจ้างรถไถเก็บดินกลับมา แต่คาดว่าจะไม่สามารถกู้คืนได้ทั้งหมด พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2549

 

 

ภายหลังลงพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญของน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากท่อระบายน้ำใต้สะพานข้ามห้วยวังโค ซึ่งมีทั้งหมด 3 ช่อง แต่มีดินโคลนและวัชพืชอุดตันถึง 2 ช่อง ทำให้น้ำระบายได้เพียงช่องเดียว จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร จึงได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลรามราชเร่งเปิดทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งอุดตันให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบของทางราชการต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค