วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:49 น.

ภูมิภาค

คนร้ายขี่ จยย. กระหน่ำยิงร้านน้ำปั่นพัทลุง 7 นัด ตำรวจเร่งล่าตัว

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.22 น.

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 03.20 น. พ.ต.ท.สมพงษ์ ดำจุติ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ควนขนุน จังหวัดพัทลุง รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสาร 191 ว่า มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ร้านขายน้ำปั่นริมถนนสายควนขนุน–ทะเลน้อย บริเวณทางเข้าวัดป่าตอ หมู่ 4 ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ควนขนุน ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพัทลุง ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายน้ำปั่นของ นางสาวชฎาพร ชาญเมธี อายุ 33 ปี ตั้งอยู่หน้าบ้านเลขที่ 98/2 หมู่ 4 ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน ซึ่งเป็นบ้านเช่าของนายจักกฤษ ชาญเมธี น้องชาย โดยให้พี่สาวเปิดร้านขายน้ำบริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบร่องรอยกระสุนปืนบริเวณหลังคาและกำแพงด้านขวาของร้านรวม 6 จุด และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวนประมาณ 6 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

 

 

นางสาวชฎาพร เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้พักอยู่ที่ร้าน แต่พักอยู่ห่างจากร้านประมาณ 500 เมตร ก่อนที่น้องชายจะโทรศัพท์มาแจ้งว่าได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด และพบว่าร้านถูกยิง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยยืนยันว่าเพิ่งเปิดร้านได้ประมาณ 4 เดือน และไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งหรือทะเลาะกับผู้ใด

จากการสืบสวนเบื้องต้นและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ก่อเหตุมี 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ โดยผู้ซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ร้าน ก่อนหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอสงวนรายละเอียดของพยานหลักฐานเพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดี และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

ด้าน พ.ต.อ.นาถพล บุญสนิท ผู้กำกับการ สภ.ควนขนุน เปิดเผยว่า สาเหตุของเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน โดยเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้หลายแนวทาง รวมถึงความขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน เคยมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในบริเวณใกล้เคียง แต่ไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับความขัดแย้งของบุคคลใกล้ชิดผู้เสียหายกับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในประเด็นการสืบสวนเท่านั้น และยังไม่มีข้อสรุป โดยตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค