วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 17:44 น.

ภูมิภาค

ชาวสวนมะพร้าวประจวบฯ ชุมนุมหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน เรียกร้องรัฐแก้ราคามะพร้าวตกต่ำ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.56 น.

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 กลุ่มเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กว่า 300 คน รวมตัวชุมนุมบริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวแกงตกต่ำ โดยระบุว่าปัจจุบันมะพร้าวแกงมีราคารับซื้อเพียงผลละ 5-6 บาท ส่วนมะพร้าวขาวอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท

นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวยังไม่ฟื้นตัว และยังมีมะพร้าวตกค้างในระบบมากกว่า 10 ล้านผล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางรับซื้อมะพร้าวนอกระบบจำนวน 5 ล้านผลของรัฐบาล อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้โรงงานอุตสาหกรรมน้ำกะทิสามารถซื้อมะพร้าวในราคาถูก มากกว่าจะช่วยเหลือเกษตรกร

 

 

นอกจากนี้ เครือข่ายชาวสวนยังเห็นว่า การที่กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าปี 2569 มีการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศลดลงร้อยละ 60 เป็นการอ้างอิงเฉพาะตัวเลขการนำเข้ามะพร้าวผลในปี 2569 โดยไม่ได้รวมข้อมูลการนำเข้าน้ำกะทิ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว และตัวเลขการนำเข้าในปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการนำเข้าปริมาณมากและตรงกับฤดูกาลที่ผลผลิตมะพร้าวในประเทศออกสู่ตลาด

กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติการอนุญาตนำเข้ามะพร้าวผล มะพร้าวฝอย ผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูป และกะทิแช่แข็ง จนกว่าราคามะพร้าวในประเทศจะปรับขึ้นถึงผลละ 18 บาท พร้อมเสนอว่า หากมีการเปิดให้นำเข้าอีก ควรกำหนดโควตาในปริมาณที่เหมาะสม และระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างโปร่งใส เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรไทย

ต่อมา นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่พบผู้ชุมนุม พร้อมชี้แจงว่า อำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำกะทิและวัตถุดิบที่นำเข้าเท่านั้น ส่วนการกำหนดโควตาหรือการอนุญาตให้นำเข้า ไม่อยู่ในอำนาจของ อย. แต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช

 

 

อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการ อย. ระบุว่าจะผลักดันข้อเสนอของเกษตรกร โดยเสนอให้แยกตัวเลขการนำเข้าผลิตภัณฑ์กะทิออกจากยอดการนำเข้ามะพร้าวผล รวมถึงผลักดันให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวเป็นสินค้าควบคุม เพื่อลดผลกระทบต่อราคาผลผลิตภายในประเทศ

ส่วนกรณีการใช้ข้อความ "Product of Thailand" บนผลิตภัณฑ์กะทิที่ผลิตในประเทศไทย แต่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ รองเลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนการใช้ข้อความดังกล่าว เนื่องจากอาจไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย และมีแนวคิดให้ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบบนฉลากผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

ภายหลังการหารือ นพ.พิเชษฐ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับแกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 6 ประเด็น ได้แก่ การผลักดันให้ทบทวนการใช้ข้อความ "Product of Thailand" การประสานความร่วมมือด้านการกำหนดโควตาผลิตภัณฑ์กะทิ การผลักดันให้ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบบนฉลาก การเสนอให้หักปริมาณผลิตภัณฑ์กะทิออกจากยอดนำเข้ามะพร้าว การทำความเข้าใจขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ อย. และการติดตามความคืบหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

 

 

หลังจากได้รับคำชี้แจงและลงนามในบันทึกข้อตกลงแล้ว กลุ่มเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ยุติการชุมนุมและแยกย้ายเดินทางกลับ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการพัฒนามะพร้าวจังหวัด คณะทำงานช่วยเหลือเกษตรกร ศูนย์ติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าว (War Room) และคณะกรรมการศึกษาต้นทุนการผลิตของเกษตรกรทั้ง 8 อำเภอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลกำหนดมาตรการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค