วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 09:13 น.

ภูมิภาค

ลมหัวฝนถล่มชุมพร! มะพร้าวสูง 20 เมตรโค่นทับบ้าน-รถพัง

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.07 น.

ชุมพร เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายสมศักดิ์ ชุมพล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร พร้อมด้วย นายสมยศ เธียรโชติ เลขานุการนายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลปากน้ำ และ นายทศพล ศรียาภัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 (บ้านใน) ตำบลปากน้ำ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายหลังได้รับแจ้งว่าต้นมะพร้าวขนาดใหญ่ล้มทับบ้านพักและรถยนต์ของชาวบ้านในพื้นที่

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 6 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร ของ น.ส.โจมทอง อนุกูล อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวตั้งอยู่ภายในสวนมะพร้าว จากการตรวจสอบพบว่าต้นมะพร้าวสูงประมาณ 20-25 เมตร ล้มทับโรงจอดรถและรถยนต์ โตโยต้า Yaris ATIV สีดำ ทะเบียน กน 1823 ชุมพร ส่งผลให้หลังคาโรงจอดรถได้รับความเสียหาย กระเบื้องแตกกระจาย หลังคารถยนต์ยุบตัว และกระจกหน้าแตกร้าว

 

 

หลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันนำเครื่องเลื่อยยนต์เข้าตัดต้นมะพร้าวเป็นท่อน เพื่อเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม

น.ส.โจมทอง เปิดเผยว่า ในพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา ก่อนที่ช่วงสายของวันเดียวกันต้นมะพร้าวจะล้มลงมาทับบ้านและรถยนต์ของตนเอง เคราะห์ดีขณะเกิดเหตุไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมระบุว่าไม่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาก่อน

 

 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งได้เร่งนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือทันที เบื้องต้นพบว่าตัวบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน ส่วนโรงจอดรถและรถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเทศบาลจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าในช่วงลมหัวฝนของจังหวัดชุมพร มักเกิดเหตุต้นไม้ล้มจากลมกระโชกแรงและฝนตกหนักเป็นประจำ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง

ด้านนายทศพล ศรียาภัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ฝากเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือปลูกบ้านภายในสวน หากพบต้นไม้ผุ ต้นไม้เอน หรือมีความเสี่ยงล้ม ควรรีบตัดแต่งหรือแจ้งผู้นำชุมชนเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

 

 

ภายหลังการสำรวจพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณใกล้เคียงยังมีต้นมะพร้าวที่ผุและยืนต้นตายอีกหลายต้น ซึ่งอาจเสี่ยงล้มได้ จึงประสานชาวบ้านร่วมกันตัดโค่นออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในช่วงฤดูฝน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค